Tuesday, May 06, 2008

Shepherd Bush -> Fabric Market

หลังจากเรียนครอส fashion business เลยถามหาแหล่งผ้า เค้าก้อบอกมาว่าแหล่งใหญ่มีสองที่ มี่ที่นี่อะแหละกับแบรอทสตรีท แต่ที่แบรอทสตรีทจะเป็นชอปและราคาจะสูงกว่า แต่หาไม่เจอหว่าว่ามันอยู่ตรงไหนเลยไปที่เดียวก่อน ว่าไป เราเดินไม่เป็นเองรึเปล่า รึว่าเราเห็นแค่นั้นก็ไม่รู้ เพราะเราว่าไม่เห็นจะมีร้านขายผ้าเยอะอย่างที่คิดเลยอะ แล้วคนขายนี่ แขกท้างน้านน ไม่ต่างอะไรกับแถวพาหุรัด อ่อ ต่างแต่ว่าแขกที่นี่ไม่ได้พูดไทย (พูดได้คงผีหลอก) แต่ยังไง เราว่าเดินพาหุรัดสนุกกว่า (ตงไหน... ช่องก็เล็กแล้วยังมีรถเข็นกะมอไซมาขอแบ่งทางเนี่ย) ดูเป็นแหล่งผ้าจริงๆ เดินร้านนี้ต่อร้านนู้น ซื้อมาแล้วอ่าวผ้าเหมือนกัน ถูกกว่าด้วย... -_-" (แค้นนะนั่น) เฮ่ออ เรียนแฟชั่นที่นี่คงตายแหงมๆกะค่าผ้า เราดูๆแล้วเราว่าถ้าเอาจริงๆ ผ้าที่ขายในเมืองไทยดูจะหลากหลายกว่า ทั้งเนื้อผ้าทั้งราคาบางทีผ้าถูกๆแต่สสวยๆก็เยอะแยะไป แต่ถ้าทำธุรกิจแฟชั่นเราว่าผ้าเมืองนอกดูจะมีคุณภาพสูงกว่านะ เค้าจะบอกเลยว่าหดมั้ย แค่ไหน ดูแลยังไง ไม่รู้ว่ามีคนสนใจตรงนี้มั่งมั้ยอะแต่คิดว่าคงจะสนใจอะเพราะถ้ามันหดขึ้นมาเนี่ย สนุกเลยนะ ไม่ได้หดนิดๆนะแต่หดกันข้ามไซส์เลยทีเดียว กะว่าจะไปซื้อถ้าเจอผ้าที่ชอบแต่ก็ไม่เห็นอันไหนสะดุดตาเป็นพิเศษเท่าไหร่หว่า เลยไม่ได้มีติดมือกลับมาด้วย

สถานี Shepherd Bush Tube Station มันไปได้สองสาย จาก central line (เส้นสีแดง) รึจาก Hammersmith (เส้นสีชมพู) ก็ได้ ดูข้างล่างเอานะ :)

Saturday, May 03, 2008

ลานเสก็ตถาวรนะ ไม่ใช่ลานที่เปิดแค่หน้าหนาว

ไปเล่นที่ Streathem มาแล้วเห็นชัดโคดดด ว่าเป็นลานเนี่ย... เกือบนั่งเลยแน่ะ ไม่มีรองเท้าล่อไปซะ 8 ปอนด์ เหอๆ แพงใช้ได้อยู่... บรรยากาศก็ไม่ชอบเท่าไหร่นะ ถ้าเอาจริงๆ จากที่ไปเล่นมาแล้วเนี่ย ชอบที่ Lee Valley ที่สุด ส่วน Alexandrapalace ไม่ชอบแค่จาแต่งลานให้มันดูดีๆหน่อยไม่ได้รึงัย แต่มาเจอที่ Streathem นี่ไม่ไหวกว่า... ไกลอีกตะหาก แต่ก็แล้วแต่คนชอบด้วยล่ะ เราว่า แต่เราว่าลานที่ Lee Valley มันค่อยดูเป็นลานแข่งขันหน่อย น่าเล่น แล้วไม่ดูเก่าอะ เหอๆ ส่วนมากลานที่นี่เค้าจะมีกระจก จริงๆมันพลาสติก กั้นบนขอบลานด้วย ให้พวกฮอกกี้ง่ะ แต่ชั้นล่ะรำคาญจังเลย หุหุ รูปลานที่ Lee Valley เคยเอาขึ้นแล้ว ไปหาอันเก่าๆที่เขียนไว้เอานะ (ขี้เกียจทำลิงค์ไปอะ) เอามาลงให้แต่รูปลานที่เพิ่งไปนี่ล่ะ

Monday, April 28, 2008

Tower Bridge vs. สะพานแขวนเมืองไทย

เสาร์ที่แล้วไปเรียน Fashion Business ที่ Central Saint Martin College ที่ลงไว้เมื่อนานแล้ว เหอๆ ก็ฮาดีนะ แต่การจะเริ่มธุรกิจนี่มันอยู่ที่ว่า เฮงด้วยว่ะ... ไม่ใช่แค่ต้องมีเงิน!! เฮ่อออ...
เลิกเรียนสี่โมงไปเที่ยวกะกิ๊บและน้องๆที่มาเรียนภาษากันต่อถึงสามทุ่มได้... ไปเดิน Tower Bridge มา ที่ตอนหน้าหนาวไปตอนมืดแล้วและรีบไปดูลานเสก็ตที่อื่นต่อไง เลยไม่ได้เดินไปถึง Tower Bridge แต่วันนี้ไม่มีแดด มีแต่ฝน... ปรอยๆ หุหุ รูปไม่ค่อยสวยมากหรอก เหอๆๆ ไปหาเอาในเน็ตเองละกัน ขี้เกียจเอามาให้ดู ยืนดูจากข้างล่างมันก็สวยดีนะ แต่พอขึ้นไปเดินเล่นเฉยๆว่ะ เหมือน... "สะพานแขวน" บ้านเราดีๆนี่เอง... เหอๆ แล้วยังรู้สึกว่า เจ้าพระยาบ้านเรา (ถึงจาสกปรกไปหน่อย) มันก็ยังดูยิ่งใหญ่สมเป็นแม่น้ำสายหลักกว่า Thames ว่ะ เหอๆๆ ไม่รู้นะ อันนี้ต้องมาเห็นเอง... หลายอย่างที่ไม่ชอบ แต่หลายอย่างที่โอเค และหลายอย่างที่คิดว่าถ้ามันไปอยู่ในเมืองไทย ประเทศเราจะเป็นอะไรที่น่าอยู่ที่สุด??
  • การเดินทางเหมาจ่ายรายเดือนสำหรับคนทำงานประจำ เด็กนักเรียน ทั้งรถเมลล์ รถไฟฟ้า (จริงๆที่นี่ รถไฟที่นั่งเข้า-ออกเมืองก็มีรายเดือนด้วยมั้ง ถ้าจำไม่ผิด)
  • การแต่งตัวที่เป็นอิสระ หมายถึงว่าอยากแต่พิเรนแค่ไหน ถ้าบุคลิกไม่ใช่คนบ้าคนก็แค่มองเฉยๆแล้วผ่านไป ไม่ใช่มองนินทา... (อันนี้คงต้องใช้เวลานานมากกก ที่จะเปลี่ยนได้)
  • เรื่องตรงเวลา (บ้างก็ยังดีนะ ไอ้ที่นี่มันก็จะตรงเกินไปไหนวะ)
  • Charity ของบริจาคสภาพดีมาขาย แต่... ไม่ใช่ขายแล้วเข้ากระเป๋า เอา charity มาอ้าง!!

เรื่องอากาศคงเปลี่ยนกันไม่ได้แต่เรื่องที่เราบอกมันเปลี่ยนได้แต่มันต้องเปลี่ยนจาก ”คน” ก่อน... ซึ่งคิดว่า ยากมากกกก สำหรับสังคมไทย... ถ้านึกออกไว้จะมาเพิ่มละกัน หุหุ

Tuesday, April 22, 2008

13 Apr 2008 @ Bath City…

โอยยย กว่าจะเอารูปที่ถ่ายตอนไปเที่ยวที่ Bath มาขึ้นครบ ไม่รู้ระบบของเว็บรึคอมก็ไม่รู้มันจะมีปัญหาอะไรเยอะแยะนะเนี่ย... ค่ารถ 19.5 ไปกลับนะ ไม่ได้ไปรถไฟหรอก ไป coach เอามันจาถูกกว่า ถ้าไปรถไฟก็คนละ 50+ ได้ รถตรงเวลาโคดด... แต่เค้าไปรับคนที่อื่นด้วย มีจุดรับหลายที่ง่ะเหอๆๆ
โชคดีที่ว่าไป ฝนตกช่วงเย็นๆ แล้วตกไม่หนักและแปบเดียวก็หยุดแล้วเลยได้เดินเยอะหน่อย แต่ไม่ค่อยมีอะไรให้เดินเพราะมันเป็นวันอาทิตย์ ร้านปิดซะเยอะ ร้านที่เปิดก็ปิดเร็ว... ส่วน museum ที่นี่แม่งเสียเงินเข้าหมดเลย น้อยมากที่ไม่เสียเลยไม่ได้เข้าเลย เข้าไปแต่ Victoria Art Gallery ที่เดียว (จริงๆไปเข้าห้องน้ำหรอก เลยได้เดินดูเล่น) ไม่เสียค่าเข้าไง อิอิ นอกนั้นเสียเงินเลยได้แต่รูปจากรอบๆแถวนั้นมาฝากแทน เหอๆๆ เรียกว่าเหมือนจะไปไม่ถึง Bath จริงๆอะแหละ แต่ว่าถ้าจะเข้าคงไม่ต้องไปไหนกันพอดี... (ตังค์หมด!!) เมืองไม่ใหญ่มาก... หมายถึงส่วน Central Bath นะ เดินไปเดินมาครบหลายรอบแล้ว เหอๆ แต่ถ้าจะไปส่วนอื่นก็เป็นโซนๆ เหมือนลอนดอนเลย แต่โซนน้อยกว่า แล้วเหมือนว่าพื้นที่แต่ละโซนก็ห่างกันเยอะด้วยอะนะ
ดูรูปเอาเองละกัน...

Wednesday, April 02, 2008

จาก Re-know.com #2

อันนี้เอามาฝาก ถึงมันจะเก่าไปแล้วพอสมควรแต่คิดว่ามันก็เป็นแนวคิด (พิสดาร) ที่ยังเอามาปรับ ใช้ได้ เอามาเป็นบางอันเท่านั้นนะ ถ้าจะอ่านเต็มๆ ไปหาอ่านเอาจากเว็บเค้ากันเองมีทั้งหมด 12 แนวคิด เราจะบอกว่าเราคิดยังไงกับที่เค้าโพส ไม่ใช่มา feed ข้อมูลให้ แค่สงสัยว่ามันมีความเป็นไปได้แค่ไหนกับบุคคลต่อไปนี้...

แนวคิดแปลกๆที่ Work (บางข้อ)+ My Comments

1. จ้างคนที่เรียนรู้ได้ช้า (คนเรียนรู้ได้ช้ามักตั้งคำถามที่คนอื่นไม่คิดจะถาม)
  • ผู้บริหาร... มีกี่คนที่กล้าทำแบบนี้ กี่คนที่กล้าเปิดรับใหม่ๆ จากใครก็ไม่รู้ที่สนใจจะเข้าไปทำงานด้วย
  • ฝ่ายบุคคล... จะรับคนพิสดารเข้าบริษัทมาอาจจะต้องกลายเป็นคนหางานซะเองได้ง่ายๆ ถ้าไม่ใช่ความต้องการที่มาจากเบื้องบน เว้นแต่มีเหตุผลที่ตำแหน่งข้างบนที่ว่าเค้าเข้าใจ... และพร้อมจะให้โอกาสคน
  • พนักงานในบริษัท... เรียนรู้ช้า แต่ก็ยังตั้งใจที่จะรับและพยายามพัฒนาตัวเอง อย่าลืมว่าสมองคนรับรู้และจำได้ไม่เท่ากัน
  • คนสมัครงาน... จะคิดแบบเรารึป่าว ว่าคนเรียนรู้ช้าก็ยังดีกว่าคนเก่งที่ไม่คิดจะเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมอีกแล้วน่ะ

1.5 จ้างคนที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ และบางทีคุณอาจจะไม่ชอบเขา
อันนี้บอกไม่ถูกนะแต่การที่คนหลายๆคนอาจจะพอได้กลิ่นอายของบรรยากาศการทำงาน แล้วเปลี่ยนใจเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าทำงานแล้วมันอึดอัดใจก็ลำบากไม่น้อยเหมือนกันนะ

2. จ้างคนที่บางทีคุณอาจจะไม่ได้ต้องการเขา
เหตุผล คือ... คนที่เราคิดว่าเค้าอาจจะไม่จำเป็นในตอนนี้ อาจจะเป็นคนที่จำเป็นที่สุดในวันข้างหน้าสักวัน โดยเฉพาะกรณีคนขาด... หรือแนวคิดคนไม่เหมือนกันการรับคนที่ทำหน้าที่เหมือนๆกันมาทำงานด้วยกันอาจ จะได้อะไรที่แปลกขึ้นใหม่ขึ้น หรือสมบูรณ์ขึ้น

3. ใช้การสัมภาษณ์งานเพื่อที่จะมองหาแนวคิดใหม่ๆ ไม่ใช่การคัดเลือกพนักงาน
  • ผู้บริหาร... ฝ่ายบุคคล... ควรจะคุยกันให้เรียบร้อย หรือผู้บริหารมาเป็นคนรับคนเองเลยง่ายกว่ามั้ย คิดว่าบางบริษัทไม่ใช่คนระดับบริหารที่จะลงมาเลือกคนด้วยตัวเอง...
  • ผู้บริหาร... พนักงานในบริษัท... จะดีกว่ามั้ยถ้าจะมีการพูดคุยกับพนักงานให้ทั่วถึงที่สุดเกี่ยวกับงานที่เค้าทำอยู่ ที่อยากจะทำ หรือความเห็นอื่นๆ
  • คนสมัครงาน... ทำได้อย่างเดียวคือเตรียมตัว... และหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทไว้ อันนี้คิดว่าถ้ามีใครที่รู้จักทำงานในนั้นแล้วเล่าปัญหาให้ฟัง แล้วเสนอการแก้ปัญหาให้ตอนสัมภาษณ์งานนี่ ทางบริษัทจะรับหรือจะตามเก็บวะเนี่ย...

6. ให้รางวัลความสำเร็จและความล้มเหลว ลงโทษการไม่ลงมือทำอะไรเลย
  • ผู้บริหาร... บางทีคนกลุ่มนี้อาจจะชอบคนที่ไม่ทำอะไรเลย(ที่นอกเหนือจากที่สั่งให้ทำ)นะ
  • พนักงานในบริษัท... คนเราต้องมีอะไรมากระตุ้นเป็นเรื่องธรรมดาแต่ถ้าใครเกิดตัดสินใจแล้วผิดพลาด เนี่ย กี่คนที่ให้อภัยได้และให้กำลังใจคนอื่น ในขณะที่คนที่อยากก้าวหน้าด้วยวิธีสกปรกมันมีอยู่ในทุกองค์กร ( หรือว่าไม่จริงล่ะ)
รางวัลความล้มเหลวมันควรจะเป็นการให้กำลังใจดีๆ??

7. ตัดสินใจจะทำอะไรบางอย่างที่อาจจะมีโอกาสล้มเหลวก็ได้ แต่คุณก็ยังบอกกับตัวเองและทุกๆคนว่ามันต้องสำเร็จแน่นอน

8. คิดถึงสิ่งที่ไม่น่าจะทำได้ และวางแผนที่จะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ
จะใครก็ช่าง... ไม่มีอะไรเจ๋งไปกว่า มั่นใจว่าเราทำได้ ไม่ว่าใครก็เปลี่ยนแปลงบางสิ่งได้ หรือทำสิ่งที่มันไม่น่าเป็นไปได้ให้เป็นไปได้ได้ทั้งนั้น...

9. หลีกเลี่ยง ลูกค้าที่น่าเบื่อหรือทุกๆคนที่ต้องการจะพูดถึงแต่เรื่องเงิน
หลักการตลาดที่เราเคยอ่านคือ ถ้าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายน่าเบื่อ เรื่องมากก็เอาใส่พานส่งให้คู่แข่งไปซะ... ส่วนการพูดถึงเรื่องเงิน(เดือน)ไร้สาระ?? ถ้าฝ่ายบัญชี และคนที่เป็นหุ้นส่วนหรือเจ้าของบริษัทเนี่ย มันเป็นเรื่องปกติของเค้าล่ะ

11. ลืมอดีต โดยเฉพาะความสำเร็จของบริษัทของคุณ
เหตุผล คือ... ถ้ายังนึกถึงความสำเร็จอาจจะทำให้ลืมตัวว่าเรายังต้องพัฒนาต่อ และคนที่ตามก็มีสิทธิ์ที่จะขึ้นมาเทียบเราเมื่อไหร่ก็ได้ โดยเฉพาะเมื่อเราลืมตัว...

แต่หลายๆเรื่องถ้าคนนำ (ซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใจ)ไม่เริ่ม มันก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลง

Thursday, March 27, 2008

Fun Fair = งานวัด!!

อยู่ดีๆก็เบื่อๆหลังจากลับมาจากสกีทริปซะงั้น แต่ก็ออกไปเดินเล่นซะงั้น ช่วงที่ก่อนกลับจากสกีทริปสองสามวันได้ยินว่าลอนดอนหิมะตกด้วย แต่ตกไม่เยอะ เดี๋ยวเดียวก็ละลายหมดแล้ว พอกลับมาก็ดันซ่าไปเดินเล่นแถวๆ Alexandra Palace ช่วงเย็นๆอีกตะหาก ยังกะไปเที่ยวช่องฟรีซในตู้เย็นยังไงก็ไม่รู้ ที่นี่มันอยู่บนเขา คิดว่าน่าจะเป็นจุดที่สูงที่สุดในลอนดอน เพราะมันมีเสาอากาศสถานีวิทยุบีบีซีตั้งเด่ลดความงามของสถาปัตยกรรมอยู่ที่นี่ หิมะที่ตกมันก็เลยยังพอมีเหลือให้เห็นอยู่บ้าง (แต่ไม่ได้ถ่ายมา มันนิดเดียวเอง)
ที่นึกออกไปเดินเล่นไม่ใช่อะไรหรอก เพราะเช็คดูมันมีงาน Easter Fun Fair เลยอยากไปดูหน่อยวามันเป็นยังไง มีอะไรมั่ง ส่วนที่วาไปตอนเย็นซะขนาดนั้นก็เพราะว่าไปเดินหาของกินเข้าห้องตอนเช้าก่อนอ่า (ก่อนไปสกีทริปเคลียร์ของกินซะเกลี้ยงเลย) พอไปแร้วมันดันมีแต่เครื่องเล่นเด็กซะนี่... แต่คนก็ไม่เยอะ (แทบไม่มีแล้วมากกว่า) มันเป็นของเด็กหมดเลย เหอๆ แล้วก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า เครื่องเล่น บูธเกม และร้านขายขนมอีกสองสามร้าน
ที่จริงมันมีงานอีกงานด้วยแต่ไม่รู้ว่าไปจัดที่ไหนที่เช็คจากเว็บมันเป็นงาน Farmer's Fair อะไรประมาณนี้ คิดว่าคงเหมือนๆงานเกษตรแฟร์บ้านเรา... (ทีงาน Fun Fair มันยังเหมือนงานวัดเลย งานวัดบ้านเรายังดูมีอะไรมากกว่าเลยด้วยนะ)

Sunday, March 23, 2008

วันนี้พาออกนอกอังกฤษก่อน เหอๆ

Middlesex University Ski Trip 15-21 March 2008
14 Mar 2008 - 15 Mar 2008
ออกเดินทางเวลาประมาณ 22.30 น. ไปถึงท่าเรือเฟอร์รี่ ประมาณตี 1 ได้... มี Duty Free บนเรือด้วย เหอๆๆ มะเหงเช็คพาสปอร์ตเลยอ่ะ ขอทำไมวะเนี่ย... เสียตังค์แล้วยังได้วีซ่ามาแค่ไม่กี่วัน เซงงง...

ที่นี่จะแบ่งส่วนเล่นสกีเป็นสองส่วนใหญ่ๆคือ
Alpe d’huez กับ Les 2 Alpes 3600 ส่วนแต่ละพื้นที่เล่นสกีก็จะแบ่งเป็นประมาณเมืองเล็กๆ ไม่ก็หมู่บ้าน ส่วนที่เราไปเล่นจะเป็นส่วนของ Alpe d’huez ส่วนโรงเรียนสอนสกี-สโนว์บอร์ดรู้สึกว่าจะมีสองแบบ เป็น ESF (Ecole du Ski Francais) กับ ESI (Ecole de Ski International)

ส่วน
รายละเอียดเกี่ยวกับการเตรียมตัวไปสกีทริปของ Middlesex University ที่เราไปมา แต่ดันเพิ่งเปิดเจอ -_-“ ถ้ามันเปิดไม่ได้ยังไงบอกด้วยนะ เพราะทริปนี้มันจบแล้ว เค้าอาจจะเอาออกไป แต่ยังไงเราก็เซฟไว้แล้ว หุหุ

16 Mar 2008
ตอนเช้าไปเอาบอร์ดมา... เค้าจะเปลี่ยนที่ล็อกกับเท้าให้ข้างที่เราถนัดอยู่ด้านหน้า เค้าจะติดเฉียงๆให้ แต่อีกข้างจะวางตรงๆ... [ที่ล็อกเท้ากับบอร์ดเรียก Snowboard Binding] แล้วพวก Ski Lift ก็มีหลายแบบด้วย เหอๆ ชอบระบบ
unlimited skipass card หุหุ ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อเฉยๆ มันเปิดให้เข้าเอง หุหุ แล้วขึ้น ski lift ได้ทุกแบบ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง (เล่นเข้าไปดิ เหอๆ)

เรียน snowboard วันที่หนึ่ง ไม่มีรัยนอกจากแล่นลงทางลาดนิดๆ หัดทรงตัวเฉยๆ เท้าข้างนึงจะยังไม่เสียบลงบอร์ด เสต็ปแรกก็นั่งไถลงไปก่อนเลย ถัดมาก็ยืนเฉยๆ ปล่อยให้มันไหลลงไปเอง
ต่อมาก็กระโดด(ไม่สูงนะ) และตามด้วยอีกรอบเป็นยกเท้าข้างที่ไม่ได้ติดกับบอร์ดขึ้น (ไม่ได้ยกนานนะ เหอๆ ไม่งั้นหัวทิ่มกันพอดี) เวลาไถ เท้าที่ใช้ดันตัวไปจะไปวางอยู่หลังบอร์ดนะ แต่กว่าจะไถได้คล่องก็เอาซะหัวทิ่มไปหลายรอบ

17 Mar 2008
เรียน snowboard วันที่สองเปลี่ยนไปเรียนอีกที่ที่มันชันขึ้นหน่อย ทำ frontside, backside ซึ่งจะดูที่ว่าหันหน้าเข้าหรือออกจากภูเขา... ถ้าหันหน้าออก(คือจะเห็นว่ามันชันแค่ไหนอะแหละ จะเป็น backside ง่ายกว่า frontside เยอะ เหอๆๆ แล้วก็ไม่มีอะไร แต่ว่าหัดบังคับไปซ้ายขวาแค่นั้น แต่ก็แอบไถครืดดด ครืดดด ลงมาตรงๆดื้อเหมือนกัน หุหุ แล้วถ้าจะให้มันช้าลงเนี่ยก้อต้องโยกตัวไปด้านที่มันไหลไปอยู่ ถ้ามันไหลไปซ้ายแต่ดันเอนตัวไปทางขวาเนี่ย พุ่งลงเลย มันจะเร็วขึ้นแทน

18 Mar 2008
ตอนเช้าไต่ไปถ่ายรูปจากยอดเขาที่ 3330m ยังไม่ใช่จุดที่สูงที่สุดของภูเขานะ เพราะว่าจากแผนที่เนี่ย จุดสูงสุด [Massif du Mont Blanc] มะมีสกีลิฟท์ไปง่า... และมันก็อยู่ไกลจากที่ที่เราพักซะเยอะเลย
ส่วนตอนบ่ายไหม้เรยกรู... เรียน snowboard วันที่สาม คราวนี้มีแล่นกลับจากหน้าไปหลัง หลังไปหน้าด้วย อันนี้หัดทางเกือบลาดง่ายกว่าเย้อออ เพราะเรายังไม่คล่องจะหักมุมกลับด้านเลยมันก็ใช่เรื่องอยู่

19 Mar 2008
เรียน snowboard วันที่สี่ ไถลงเป็นขั้นบันไดเลย ทำทีละข้างแต่ก็จาพุ่งลงเอาง่ายๆเหมือนกัน กับกลับด้านเหมือนมะวานแต่ระยะเปลี่ยนสั้นลง ก็ยังทำไม่ค่อยได้อยู่ดี ก็มีแค่นี้ที่เค้าสอน ถ้ามีเพิ่มคงมีแล้วล่ะ เพราะครึ่งหลังนี่ทำแต่กลับด้านเนี่ยล่ะ แต่แค่ไปสูงขึ้น ชันขึ้น... เหอๆๆ (แต่ยังหัวทิ่มเหมือนเดิม)

20 Mar 2008
วันนี้ก็แดดดี(ไปไหน) มะวานนี้เกรียมยังกะเหมือนว่าไปทะเลมากกว่าไป Ski Trip เลย เซ็งเราะเล่นไม่ได้ฮ่า.. วันนี้เหมือนว่า ล้ามาจากสาม สี่ วันแรกที่เล่นซะกะจุยและหัวทิ่มกลิ้งลงมาอยู่หลายรอบ เหอๆ

21 Mar 2008
ยังกะพายุหิมะแน่ะ ไถทีบอร์ดก็จมหิมะทีจนหงุดหงิด อยากจะมันส์ซะหน่อย อดเรย... กว่าจะได้ขึ้นรถกลับอังกฤษก็เกือบสี่ทุม เพราะหิมะตกตลอดเลย (มันตกทั้งวัน จนพื้นนิ่มไปหมด เดินโคดยากเลยด้วย ยกเท้าแทบไม่ขึ้น)



ที่สังเกตอยู่อย่างคือ ที่เราไปทริปกันนี่เป็นของบริษัท Wastelandski แล้วเห็นมหาลัยอื่นใส่เสื้อกันหนาวมีโลโก้ Wasteland กับชื่อมหาลัยด้วย คิดว่าเค้าคงไปรับจัดทริปตามมหาลัย ไปแบบนี้ดีอย่างที่ว่า ราคาถูกกว่าไปเองเยอะ แล้วก็พอจะมีเพื่อนกลับมาบ้าง หุหุ เฮ่อ...

Sunday, March 09, 2008

เยี่ยมเยียน NHM รอบสอง

ไปมารอบสองแล้ว ส่วนประเภท Interactive Exhibition เนี่ยคงไม่มานั่งรวมแล้วล่ะ เยอะเกิ้น...แล้วถ่ายรูปมาคงไม่เห็นภาพ มันต้องล่อเป็นวีดีโอกันเลย ถึงจะเห็นชัดๆ แต่ถือว่าเข้าใจสื่อดีเหมือนกัน ทำให้เล่นได้เลย เพื่อให้เข้าใจหลักการ ส่วนบางอันมันก็เป็นอะไรที่ทำแค่แบบให้ข้อมูลเฉยๆ แต่วิธีการให้ข้อมูลก็ต่างกันแหละ ทั้งทำเป็นเหมือนโรงหนังที่บอกว่าจะรันใหม่ทุกกี่นาทีก็ว่าไป ทำเป็นโทรศัพท์ (คิดว่าคงประหยัดไฟด้วย คือถ้าไม่มีใครมายกหูฟังรายละเอียดที่เค้าอธิบาย เครื่องเล่นเสียงก็ไม่ต้องทำงานตลอด) หรือแบบ touch screen ก็มีทั้งแบบให้ข้อมูลกับทำเป็นเหมือนเกมให้เล่นเลย อ่อ สื่อ interactive แบบไม่ใช้ไฟฟ้าก้อมีนะ อิอิ ส่วนของร่ายกายคนง่ะ ที่เค้าจำลองข้อต่อเป็นเหล็กมาให้ดู แล้วโยกเล่นได้ ว่ามันทำงานยังไง ส่วนโซนสีส้ม ใน map มันมีสองส่วน แต่ไปดูแล้วล่ะ มันหายไปส่วนนึง และก็ส่วนที่เปิดเป็นส่วนที่ต้องจองล่วงหน้าและสำหรับกรุ๊ปเท่านั้น(น่าจะนะ) แต่เอาเป็นว่าไปเก็บรูปมาให้ครบทุกโซนแล้วนะ

อันล่างนี่เอามาฝากเล่น ไดโนเสาร์คุยกัน... เอาภาษาอะไรดีล่ะ อิอิ


แล้วนี่ก็เป็น T-Rex มันกระดิกหางด้วย เหมือนหมาเลย :)

Sunday, March 02, 2008

จาก Re-know.com #1

จาก Re-know.com #1
Mar 2, 2008 5:01 PM

ชอบคนทำเว็บนี้มากๆ... คิดนอกกรอบ ล้มทฤษฎีเก่า ทำตรงข้ามกับที่คนอื่นทำ และหลายๆเรื่องที่เค้าคิด เหมือนที่เราคิด... ไปหาอ่านอัน original เอาเองนะ

1. ทำไมระบบการศึกษาไทยไม่พยายามสอนให้เข้าใจ และเปิดรับความเห็น (เราเชื่อว่าเด็ก อนุบาลก็มีความเห็นอะไรเจ๋งๆด้วยเหมือนกันนะ)
"กรูเรียนไม่เก่ง แต่ไม่ได้หมายความว่ากรูจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆไม่ได้ หรือคิดอะไรไม่เป็นซักหน่อย"

2. เมื่อไหร่ที่บริษัทจะเลิกเลือกพนักงานจากการดูผลการเรียน (ในเมื่อเค้าสมัครมาเพราะเค้ารู้หรอกน่าว่าเค้าสามารถทำอะไรให้บริษัทได้ บ้าง และเค้าอยากจะทำ ซึ่งเราว่าเป็นไปได้ที่จะทำให้บริษัทพัฒนาได้มากกว่าจ้างแต่คนเก่งๆนะ)
"คนเรียนเก่ง ไม่ใช่ว่าจะเก่งงานเสมอไปนี่นา บอกได้เลยว่าพี่ที่ทำงานเก่าไม่ได้เรียนเก่งมากมาย แต่เค้าทำงานเก่งมากกกกก ชนิดที่ว่าเราเรียนมหาลัยดีๆมาแต่ต้องหามุมหลบ"

3. ชอบที่เค้าบอกว่า “คุณไม่มีทางคิดนอกกรอบได้ถ้าคุณไม่ลืมรอบความคิดเดิมซะก่อน” แต่ถามว่าผู้บริหารกี่คนที่กล้าพอที่จะทำแบบนี้?? (คุณกล้าที่จะวางอำนาจ กล้าที่จะตัดสินใจอนุมัติหรือไม่อนุมัติงาน แต่... ไม่กล้าที่จะทำอะไรแปลกๆ)
"ขอโทดอันนี้ไม่รู้ ให้กรูลองบริหารก่อนดิ แต่คิดนอกกรอบ กรูทำทีไรไม่มีใครยอมรับซะที?? +_+"

4. จากที่อ่านๆดู innovative ที่ง่ายที่สุดในการบริหารคือการทำตรงข้ามกับสิ่งที่บริษัทอื่นๆทำ หรือทำตรงข้ามกับสิ่งที่มันควรจะเป็น(อย่างที่เคยเป็น) แต่ผู้บริหารส่วนมาก (กลัวผิดพลาดเนี่ยสิ เลยทำได้แค่ "ตาม" หรือ "เท่าเทียม" กับคู่แข่ง และตลาดก็ออกมาเหมือนๆกัน ต้องไปแข่งกันด้านราคาซะเยอะ เลยเกิดหลักที่ว่าของถูกแล้วดีมันมีในโลกง่ะ --อันนี้คิดเอง อิอิ)
"อันนี้พยายามวิเคราะห์ที่อ่านๆของเค้าอะนะ"

เรียน จนจะหมดครอสแล้วก็ยังรู้สึกว่า ไอ่ Interactive Media ก็ยังไม่ใช่กรูอยู่ดี แต่เอาเป็นว่ามันอยู่ที่ว่าเราจะมองสิ่งรอบๆตัวเรายังไงมากกว่า... และบางอย่างที่เราไม่คิดว่ามันจะได้เอาไปใช้ มันอาจจะมีซักวันที่เราต้องใช้จริงๆ

"ทุกอย่างมีสิทธิ์เป็นไปได้
แต่ไม่ใช่ทุกอย่างที่มันจะเป็นไปตามที่เราคิด"
ชอบ ชอบ... หุหุ (แต่ทำไมกรูเจอแต่อันหลังฟะ -_-")

Wednesday, February 27, 2008

ขอนุญาตกระหน่ำบล็อก อัดลงวันนี้มันหลายๆข้อความเลยแล้วกัน หุหุ ไม่งั้นจาลืมเอามาลง แต่อันนี้ก็อันสุดท้ายของวันนี้แล้วล่ะ อิอิ...
จาได้มั้ยเนี่ย จาได้ม้ายยย วีซ่าไปฝรั่งเศสอ่า.. แง แง แง พี่ที่เรียนยูเดียวกันเค้าก็ช่วยจอง ช่วยดูให้..เมือนว่าจะได้เข้าไปทำแต่ก็ไม่ได้ซะงั้น แง แง แต่ไหนๆก็ออกมาข้างนอกแล้ว และส่วนที่ทำวีซ่าของสถานทูตฝรั่งเศสก็ไม่ได้อยู่ที่เดียวกะตัวสถานฑูตนะ แถวที่ทำวีซ่าจะอยู่ที่ South Kensington Station ใกล้ๆก็มีพิพิธภัณฑ์อีกถึงสามพิพิธภัณฑ์ เอาสิ เดินที่เดียวถ้าจะเก็บทุกรายละเอียดคงต้องเอาทั้งวันกันเลย ในที่เดียวเองด้วยนะ (เสียเวลานั่งเปิดดิก หุหุ ฮ่า ฮ่า) เลยเป็นว่าเดินผ่านๆ อันไหนสนใจก็เข้าไปอ่านซะหน่อย (แม้ว่าจะไม่ค่อยรู้เรื่องมากนักก็ตาม) แต่ก็เก็บภาพมาฝากไม่หมด แบตหมดไปซ้า... (ที่นี่ดีอย่าง เข้าฟรีแล้วยังถ่ายรูปได้ด้วย) แต่กะว่าจะไปอีกแหละ ไปเก็บภาพลงราละเอียดอีกนิด เพราะการจัดแสดงของเค้าน่าสนใจมากๆ เก็บมาให้ดูไปแค่บางอันไปแล้ว แต่ยังมีที่ไม่ได้เอามาให้ดูอีกบานเลย
ถ้าอยากรู้รายละเอียดของเค้าเองเลยเข้าไปดูที่นี่เอานะ http://www.nhm.ac.uk/

เอาเป็นว่าจะบอกคร่าวๆไปละกันว่ามันมีอะไรมั่ง... ที่นี่เค้าแบ่งเป็นโซนๆ ด้วยสีเอา และดูง่าย (แหงดิ เล่นล็อกทางเดินซะขนาดนี้นี่หว่า) และยังรู้สึกว่าน่ารำคาญ คนเยอะ (โดยเฉพาะโรงเรียนพาเด็กมาทัวร์กันสนุกสนาน แต่กรูเนี่ยไม่สนุกด้วยหรอกนะ) จาเก็บภาพงามๆที ติดคนซะงั้น อืม ต่อนะ... เริ่มจากโถงทางเข้าจะเป็นโครงกระดูกไดโนเสาร์ ตัวบะเร่อเรยย เรียงตามรูปที่เราไปเก็บมา (ได้ฝั่งเดียวเพราะแบตกล้องหมดซะก่อน -_-“) เลี้ยวไปทางขวาก่อนเลย เป็นโซนสีเขียว อารมณ์แบบระบบนิเวศวิทยาเลย เดินไม่ทั่วว่ะ มึนๆ งงๆ ส่วนมากเป็นโครงกระดูกซะเยอะ ถัดไปเป็นโซนสีแดง จะเป็นส่วนที่เกี่ยวกะโลกเล่นมันตั้งแต่กำเนิดโลกจนถึงโลกในอนาคตกันเลยทีเดียว แต่ชอบที่มันเป็นบันไดเลื่อนแล้วผ่านรูปปั้นโลกอะ แล้วก็ Earth Lab ที่ชอบด้วย แต่ดูไม่รู้เรื่อง... (แค่ศัพท์ภาษาไทยช้านยังเรียกไม่ถูก เอารัยกะภาษาอังกิดฟะ) เนื่องจากว่าโซนแดงอยู่ทางปีกขวาเลยเดินขาลากกลับไปทางปีกซ้าย ที่เป็นโซนสีฟ้า กับสีส้ม แต่โซนสีส้มมีสองส่วนเอง ส่วนนึงเหมือนว่าเค้าจะปิดนะ เว้นแต่ว่ามาเป็นทัวร์ (สงสัยจะเป็นทวร์ของเด็กๆมากกว่าอะ) เลยไม่ได้ไปเดินโซนนั้น เค้าเขียนว่าเป็น Wildlife Garden อะแต่ไม่ได้เดินเข้าไป... เข้าไปแต่โซนสีฟ้า เป็นส่วนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ปลากวาฬ กะไดโนเสาร์ อย่างที่บอก... กล้องแบตหมดเลยไม่ได้ภาพมาฝาก ไว้ถ้ามีโอกาสจะไปเอามาให้ดูเพิ่ม...

ส่วนของนิทรรศการชั่วคราวก็มี Ice Antractic ซักอย่าง (เฉพาะเด็กๆเท่านั้นอีกตะหาก) กะส่วนของนิทรรศการภาพถ่ายธรรมชาติประจำปี ขอบอกว่าสวยจริง ไม่ได้เข้าไปดูนะแต่ไปกดเครื่องที่เหมือนว่า ชอบภาพไหนก็สั่งปริ้นเอาแล้วจ่ายเงิน เพราะถ้าจะเข้าไปดู เสียเงินอะ... พิพิธภัณฑ์ที่นี่เค้าจะเก็บเงินเฉพาะส่วนของนิทรรศการหมุนเวียน (เป็นการหารายได้เข้าอะ เราคิดว่าถ้าเก็บเงินนิทรรศการถาวรเนี่ยคนคงไม่เข้าเยอะหรอก มันมีตลอดง่ะ ไม่รู้จะไปดูบ่อยๆทำไมอะไรแบบนี้)

ปล. ว่าจะไปเก็บที่ British Museum ต่อก็ยังไม่ได้ไปซักที เหอๆๆ แล้วยังมีอีกบานที่ยังไม่ได้ไปแวะเวียนเลยอ่ะ เอาเป็นว่า อาจจะมีมาลงรอบสองให้ (เมื่อไหร่ไม่รู้นะ)... ถ้ามันทิ้งช่วงไปซะเยอะ หุหุ

24 Feb 2008 Sammagi Games

เป็นการแข่งขันกีฬาระหว่างมหา’ลัยของคนไทยที่มาเรียนในอังกฤษ ก็หนุกหนานไปกะเค้า (มั้ย) ไม่ได้แข่งหรอกและก็ไม่ได้เที่ยวในเมือง Bath ด้วย หุหุ ก็มหาลัยใหญ่ซะขนาดนั้นจะออกไปยังไงล่ะ ส่วนที่ใช้จัดเป็นส่วนสปอร์ตคลับ ใหญ่มากกกก มีกีฬามาตรฐานให้เล่นทุกอย่างเลย เหอๆๆ ก็อารมณ์มหาลัยรัฐอะนะ เลยมีทุนทำซะขนาดนี้ (ที่ว่ามาตรฐานเพราะถ้ามันไม่มาตรฐานก็น่าจะมีลานเสก็ตกะสนามขี่ม้าด้วยเด่ โฮะ โฮะ โฮะ (บังเอิญชอบเล่นกีฬาไม่ปกติ) ไปกะเค้าแบบพ่วงไปด้วยก็เลยถูกหน่อย 10 ปอนด์ ได้เสื้อของ Wesminster University ที่เด็กทางนั้นทำแจกติดมือกลับมาด้วย ทางยูที่เราเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องเลยไปลงทะเบียนว่ามียูนี้ด้วยไม่ทัน ก็เลยไปพ่วงกะที่อื่นแทนซะ แต่ก็ไม่เปงรายเพราะมีคนแต่ไม่มีใครเล่นกีฬาเก่งซักกะคน หุหุ

Tuesday, February 26, 2008

1st Samaggi Samagom Conference

โดนลากไปนั่งฟังกะเพื่อนที่เรียนด้าน รัฐศาสตร์ กะว่าจะไปนั่งเสียมารยาทซะหน่อย (นั่งเสก็ตซ์งานกะหลับ) สรุปว่าเอาเข้าจริงฟังไปกะเค้าด้วยเลย เออ ดี ได้รู้อะไรแปลกๆ ไปฟังเค้าบรรยาย มีทั้งผู้ใหญ่(ในราชการ) ทั้งนักเรียน(ไทยที่เรียน)ปริญญาเอก มาพรีเซนต์งานวิจัยให้ฟัง ส่วนมากคือเป็นงานที่เค้าทำจบกันแล้วล่ะ เหอๆ ไอ้เราก็นั่งอึ้ง ไมเก่งกันอย่างนี้หนอแล้วเราล่ะ แง แง สู้อะไรเค้าได้มั่งฟะเนี่ย อยากต่อเอกด้านดีไซน์นะแล้วไปพรีเซนต์แบบนั้นมั่งจัง (แต่เอาจริงเราก็ไม่กล้าว่ะ อิอิ) ถ้าได้คงแปลกไปเลยเพราะคนไทยที่เรียนเอกด้านดีไซน์มี.. มั้ย?? ... -_-“ กดเข้าไปดูรูปอื่นๆ (+ไสลด์ที่ถ่ายงานพรีเซนต์ของคนอื่นมา) เอาเองนะ...

Sunday, February 10, 2008

London-กรุงเทพฯ_555

มีอะไรมาเปรียบเทียบให้ดูเล่นเอาฮาๆ (แต่อาจจะจริง) ระหว่าง อังกิด (ลอนดอน) กับไทย (กรุงเทพฯ)
Thames River =เจ้าพระยา
Tower Bridge=สะพานแขวน
Trafalgar Square=อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย+สนามหลวง
Hyde Park=สวนหลวง ร.9
O2 Arena=MajorCineplex + ImpactArena
Covent Garden=Bonanza [MBK]
Camden Town=ตลาดนัดจตุจักร
Harrods=Paragon/Emporium
Asda, Tesco, Morison=Big C, TescoLotus
Sainsbury’s=TopsSupermarket
Mark & Spencer, Waitrose=CentralFoodHall
Oxford Street=SiamCenter
OxfordCircus, PiccadillyCircus=CenterPoint@SiamSquare
Victoria Coach Station=สถานีขนส่งหมอชิต
King’s Cross Station=หัวลำโพง
Heathrow=สนามบินสุวรรณภูมิ
ถ้านึกออกเดี๋ยวจะเอามาเพิ่มให้ หุหุหุ

Saturday, January 26, 2008

Thai Temple in London

รูปบรรยากาศที่วัดเวลาปกติ

รู้สึกว่าจะยังไม่เคยพูดถึงเรืองวัดไทยเลยนะ เลยว่าจะเอาตอนงานลอยกระทงมาให้ดู ถึงมันจาผ่านไปนานแล้วก็ตาม หุหุ เพราะเรานึกอยากจะเอาอะไรมาใส่ก็เอามายัดๆๆ ลงในบล็อกนี้ ไม่ว่ามันจะมีสาระหรือไม่ก็ตาม 555 คราวนี้คงไม่มีอะไรมากนอกจากเอารูปมายัดๆให้ดูเฉยๆ

ที่เพิ่งเอามาลงเพราะวันนี้ไปทำสังฆทานมาอ่ะ แบบอยากไปทำ ไหนๆก็หางานทำไม่ได้ซักที ร่อนใบสมัครจนอยากจะร่อนระเบิดไปแทนอยู่แล้ว ไหนๆ วันเกิดก็ไม่ได้ทำบุญ วันครบรอบรวมญาติกกันเราก็ดันมาเฮฮาหนุกหนานอยู่อังกิดซะนี่ เข้าวัดทั้งทีขอหน่อยละกาน (มีเพื่อนไปด้วยแหละ เลยไป อิอิ) ประมาณว่าไม่ได้ด้วยเลห์ก็เอาด้วยมนต์ ไม่ได้ก้วยกลก็เอาด้วยคาถากันเลยทีเดียว อยู่เมืองไทย งานไม่ได้ก็ยังพอมีคนที่ฝากหรือหางานให้ได้ แต่อยู่นี่มันต้องฝีมือล้วนๆอะ ถ้าจะเอางานที่ไม่ใช่งานแรงงาน แต่เราก็ยังมั่นใจว่า เราก็เจ๋งพอเว่ยยย... เทคโนสู้ไม่ได้ แต่ไอเดียเราเด็ดกว่า มีรัยมะ...

อันล่างนี่เป็นรูปตอนวันงานลอยกระทง ที่องค์โสมเสด็จด้วยอะ แต่เราไม่หวายยย กลับก่อนละ เพราะงานไม่เส็ดแล้วยังฝนตกอีก

<-- อาหารไทย แต่ราคาไม่ไทย!! หมูปิ้ง ส้มตำ ลาบ ขนมไทย มีเยอะเลย แต่ราคาพอๆกะร้านอาหารไทยเลยด้วยเหมือนกัน e.g. หมูปิ้งไม้ละปอนด์แต่คนก็ต่อแถวกันยาวเหยียด
เด็กฝรั่งแต่งชุดไทย แปลกตาไปอีกแบบ
แต่มันหน้าหนาวง่ะ เรย... ----->

ส่วนวัดนี้เข้าไปอ่านได้ที่ http://www.padipa.org.uk/
ส่วนเดินทาง ใช้ undrground เอาง่ายดี ออกจากสถานี Putney Bridge (เส้นเขียวนะ Distric Line) แล้วต่อบัส 93 ที่ไป Wimbledon ดูเอาในเว็บก็มีบอกแหละ

Saturday, January 19, 2008

มาบ่นเรื่องค่าเดินทางมันแพงขึ้น [Oyster card]

ไม่ได้ไปไหนหลังจากไปทัวร์ลานเสก็ตรอบสุดท้ายมา เลยไม่มีอะไรจะมาอัพเดท มาบอกแค่นี้ 555 จ๊ายยย!! ม่ายจั้ยแล้ว....
ยังไม่เคยพูดถึงเรื่องบัตร Oyster กับค่าเดินทางในลอนดอนเลยล่ะ หุหุ แต่พาไปเที่ยวซะทั่วแล้ว (ง่ายคือแค่จามาบ่นว่ามันขึ้นราคาเฉยๆ) มันก้อไม่ต่างกะขึ้นค่ารถเมล์บ้านเราเลยซักกะนิด มันขึ้นไม่กี่ปอนด์จริง แต่ถ้ามันเปนเงินไทยก้อตกเกือบ 5 ร้อยเชียวนะยะ แค่ค่ารถเมล์ขึ้นบาทเดียวชั้นยังไม่อยากจะเดินทางไปเรียนเร้ย ด้วยความขี้เกียจส่วนตัวอยู่แล้ว + กับเหตุผลสุดยอดที่ไม่ได้เกี่ยวกันซักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าจะมาชี้แจงค่าเดินทางให้รับรู้เล่นๆว่ายังคิดจะมาลองใช้ชีวิตเมืองนอกอยู่อีกมั้ยแล้วกันนะ

ขอพูดถึงแต่ Oyster นะ เพราะมันจำเป็นที่ซู้ด ยกเว้นถ้ารวยนักอยากขึ้นแท็กซี่ก้อตามจัย แพงนรกไม่ได้ต่างกะบ้านเราที่พาไปวนแล้วมาชาร์จเรา เรื่องมีอยู่ว่า ถ้ามาถึงแล้วซื้อ Oyster ที่ว่านี่เป็นอย่างแรกก่อนเลยนะ เพราะมันเซฟค่าเดินทางมากๆ ค่าบัตร 3 ปอนด์ซึ่งถ้าจะกลับประเทศมะไหร่ก้อเอาไปคืนเค้า เราก้อได้ 3 ปอนด์คืนมาเป็นค่าก๋วยเตี๋ยวเรือประตูน้ำกินไปได้อีกหลายวัน ไม่รู้ว่าราคามันจะขึนรึยังแต่ยังไงก้อได้เงินคืน... ส่วนบัตรเนี้ยเติมได้ทั้งแบบนับครั้ง มันจะขึ้นว่า Top-up คือเติมเข้าไป หมดก้อเติมเข้าไป เปลืองค่ะแบบนี้ แต่มันฉลาดมากถ้าเดินทางหลัง 10 โมงไปแล้วมันจะตัดไม่ถึง 5.90 ปอนด์นะ (อันนี้เราพูดถึงโซน 1-4 เลนะ แต่จริงๆถ้าไม่ได้เดินทางมาถึงโซน 4 ซึ่งก็ไม่ค่อยมีอะไรให้ดูด้วยราคาก็จะถูกกว่านี้) ถ้าขึ้นแต่ใต้ดินจะแค่ 5 ปอนด์ ซึ่งถ้าเราซื้อบัตรจากตู้เลยมันจะเก็บ 5.90 ปอนด์ อันนี้คือขึ้นได้ทั้งบัสทั้งใต้ดินเลยนะ ถึงจะเซฟไปไม่มากแต่ก้อเงิน(ไทยหลายบาท)ล่ะวะ

ถ้าเป็นพวกอยู่ไม่ติดที่ แนะนำว่าเอาแบบเหมาจ่ายไปซะ มันจะมีแบบรายสามวัน รายสัปดาห์และรายเดือน มันแพงขึ้นจากปีที่แล้วอ่า แง แง...
ราคาปี
2008
แพง...
-_-"
Day Travelcardแบบ 3 วันแบบ 7 วันแบบ 1 เดือน
โซน 1-26.8024.2093.00
โซน 1-38.0028.40109.10
โซน 1-49.4034.60132.90
โซน 1-511.8041.40159.00

แต่ถ้านอกเหนือจากนี้ก็ไปหยิบเอาใบปลิวจากที่สถานีเอาเองนะจ๊ะ เด่วจาตกจัยไปมากกว่านี้ ส่วนการเดินทางบัสอย่างเดียว น่นอนว่าถูกว่าเกือบครึ่ง แต่เหนื่อย... เพราะแบบว่าถ้าเดินไปเนี่ย ตัดๆเลาะๆ ก้อถึงแล้วแต่บัสมันดันพอไปอ้อมซ้า... เที่ยวละ สองปอนด์ ถ้าจ่ายเงินนะ แต่ถ้าบัตรเนี่ยมันจะแค่ 0.90-1 ปอนด์ ต่อเที่ยวและตัดแค่ 3 ปอนด์เท่านั้นต่อวัน วันธรรมดามันตัดหลัง 10 โมงนะ ดูเวลาด้วยล่ะ ส่วนถ้าจะไปไหรือมาจาก Heathrow มันจะแพงกว่านี้อะ เพราะมันอยู่โซน 6 เลย คือ ซื้อมาแค่เที่ยวเดียวเดินทางเข้าโซน 1 จะราคา 4 ปอนด์ ไม่แนะนำให้ซื้อ Day Travelcard มาเพราะว่ามันโซน 6 อ่า... แล้วไม่มีรัยให้ดู เสียเงินเปล่า ซื้อเอาของไปเก็บแล้วซื้อใหม่เป็น Day Travelcard เฉพาะโซนที่จะไปก้อพอ เซฟกว่าเยอะ ส่วนถ้าอยากรู้เพิ่ม จะลงคอมเมินข้างล่าง รึส่งเมวเอาก็ได้ แต่เมวเนี่ย อาจโดนลบถ้ามันแปลกๆ หุหุ
ปล. Oyster Student กับ Oyster Photocard มันของนักเรียนที่เรียนแบบเต็มเวลาเลยไม่ได้พูดถึง ซึ่งมันจะถูกกว่าที่บอกไปแล้วอีกนะแต่... ค่าทำบัตร 5 ปอนด์และต้องให้ทางมหาลัยเซ็นให้แต่เอาไปส่งไปรษณีย์เอาเอง หุหุ วุ่นดีเนอะ...

Sunday, January 06, 2008

Kew Garden ค่าเข้าแพงอ่า...

แอบผิดหวังมากๆกะลานเสก็ตที่ Kew Garden เพระเล่นเก็บค่าเข้าซะสิบกว่าปอนด์ เลยอดได้รูปลานเสก็ตมาฝากเลย เหอๆ เอาเป็นว่าถ้าราคามันถูกกว่านี้แต่ไม่มีลานเสก็ต หรือว่าว่างๆ เพื่อนๆอยากไปเดินชิวนานๆ ใช้เวลาทั้งวันเดินเล่นในสวนแบบนั้นค่อยว่ากันอีกที (แต่คิดว่าคงไม่ไปแล้วว่ะ เล่นแพงซ้า) ถึงไม่ได้เข้าก็ไม่เสียใจหรอกนะเพราะว่าบัตรที่ใช้เป็นแบบวันเดียวมาอะ (จิงๆมันตัดเป็นวันเดียวอัตโนมัติอะ) ไหนๆก็ออกไปเดินเล่นดูของ (ได้ของมาอีกแล้ว!! อิอิ) ก็เลยเลยไปนู่นเลย ไปดูซักหน่อย ตอนไปถึง ยืยงงตั้งนานแน่ะสถานีมันไปโผล่อยู่กลาง Kew Garden เลย ยังกะเป็นเมืองเมืองนึงเลยอะ ไปดูแผนที่แถวสถานีง่ะถึงรู้ แต่ว่าส่วนของตัว Kew Garden จริงๆอะมันเหมือนเป็นสวนสาธารณะ แต่เก็บค่าเข้าอะ แล้วลานเสก็ตดันอยู่ในนั้น เหอๆๆ ส่วนรอบๆสถานีเป็นเหมือนเมืองอีกเมืองเพราะว่าดูเหมือนหมู่บ้าน แล้วมีป้ายรถเมล์ มีช็อปเล็กๆตั้งเป็นหย่อมๆ ส่วนโอทูยังไม่ได้ไปเลยอะ ไม่รู้ว่าเสียค่าเข้ามั้ย แล้วมันเป็นยังไง ยังไม่เคยแวบไป
ตอนนี้เลยได้ลานเสก็ตแค่ Somerset House กับ Broadgate ที่มาฝากก่อน ส่วนลานที่ Greenwich ไปมาแล้วล่ะ แต่ว่าไปเล่นไง เลยไม่ได้เก็บรูปลานเสก็ตมาฝาก เอามาแต่รูปสถานที่เฉยๆ กะว่าถ้ามันยังเปิดอยู่จะไปถ่ายมาให้ดูกัน แต่ถ้าไม่เปิดก็คงไปเดินเล่นชิวๆ (ไร้สาระได้ตลอดเรยกรู) เก็บรูปมาฝากอีกเช่นกัน (ทำไมกรูไม่เรียนพวกถ่ายภาพไปเลยเนอะ อิอิ) เอาเป็นว่ารูปเนี่ย ค้างไว้ก่อนนะกำลังรวบรวมอยู่และหามาเพิ่มด้วยวันนี้คงได้แค่มาบอกว่าเราเสียสถิติไปหนึ่งลานที่อดดูเฉยๆ อิอิ

Tuesday, January 01, 2008

Countdown to 2008 at Westminster

ไป countdown แถวๆ Westminster (Big Ben) มาสวยดี แต่โดนตึกบังไปซะครึ่งนึง แต่เค้าก็มีจอให้ดู ขนาดในจอยังสวยเลยอ่ะ ถ้ามุมเต็มๆต้องไปอยู่ตรงริมแม่น้าเทมส์ แถวๆ London Eye เลยแหละ แต่ถ้าไปคงเบียดกันน่าดูเหมือนกัน เหอๆ ส่วนทาง Somerset House ใกล้ๆกันมีลานเสก็ต รู้สึกว่าจะมีโชว์ด้วยนะ แล้วก็มีคอนเสิตด้วยแบบ สวยว่ะ เสยดายไม่ได้เป็นสตาฟที่นั่น แง แง... (อุส่าสมัครล่วงหน้าเป็นเดือนอ่า...) ส่วนรูปอามาลงให้ละ แต่ก็เข้าไปดูที่ My Slide Gallery ก็ได้นะจ๊ะ...




Wednesday, December 19, 2007

สมการของคนตกเลข...

เป็นไปไม่ได้ (เพราะทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำก็ตาม) ต้องมาจากคนลงมือกระทำ และโอกาสที่ประกอบด้วยตัวแปรหลักที่จะให้ได้คำตอบสุดท้ายคือ "การสันบสนุนจากคนอื่น"!!

สรุปสมการได้ดังนี้

"คนลงมือทำ x ความตั้งใจ + [โอกาส(คนที่มีอำนาจตัดสินใจที่เหนือกว่า + แรงสนับสนุน)] = ยังพอมีความเป็นไปได้"

ถ้า

"คนลงมือทำ x ความตั้งใจ - [โอกาส(คนที่มีอำนาจตัดสินใจที่เหนือกว่า + แรงสนับสนุน)] = "ทำไม่ได้"

เพราะฉะนั้นถ้าสมการเป็นแบบนี้

"คนลงมือทำ x ความตั้งใจ / [โอกาส(คนที่มีอำนาจตัดสินใจที่เหนือกว่า + แรงสนับสนุน)] = "ไม่ได้ทำ" แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้!!

. . . เคือง . . .

Sunday, December 16, 2007

Winter London Ice Rinks Tour

ช่วงหน้าหนาว London และชานเมือง London มีลานสเก็ตน้ำแข็งกลางแจ้งขึ้นกันเป็นดอกเห็ด และค่าเข้าแพงกระฉูดกว่าลานถาวรที่มีอยู่ 3-4 ลาน ประมาณว่าเก็บค่าบรรยากาศ งานนีเลยต้องแบ่งทริปเป็น 2 รอบ รอบแรกไป 3-4 ที่ และรอบที่ 2 เก็บลานที่เหลือยกเว้น 1 ลาน ที่เล่นไปทำอยู่ในสวนเก็บเงินตั้งแต่ค่าเข้าสวน แล้วส่วนลานก็เก็บต่างหาก (ค่าเดินทางก็แย่แล้ว เพราะอยู่ใกลด้วย เลยไม่ไปซะเลย) วันแรกตระเวนกับเพื่อนฝูง เกือบตกรถไฟกลับที่พัก เรียกว่าขึ้นขบวนสุดท้ายเลย แต่ทริปรอบ 2 นี่ไปตะลุยคนเดียวแบบแวะผ่านหลังเลิกเรียนวันที่เลิกเร็ว แนวชะโงกทัวร์ ไปถ่ายรูปสองสามภาพแล้วไปต่อ
จริงๆ ได้แวะเล่นลองบรรยากาศเหมือนกัน ที่เดียวพอ แพงเกิน 555

ลานที่ Greenwich มัวแต่เล่นกันเพราะสวยอยู่ และอาจจะไม่ได้รูปจากที่ O2 มาฝาก แต่เออ แถวๆ นั้นนี่หว่า ไหนๆ ก็จะไปแล้วและมันก็อยู่ไม่ได้ไกลจาก Greenwich แถมเป็นทางผ่านด้วย เลยแวะก็แวะวะ เลยได้รูปมาฝากแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่ลมแรงมากเลย ตอนจะกลับเนี่ยรถเมล์ก้อไม่จอดไปตั้งหลายคัน วันนี้ DLR ดันปิดซะนี่ กว่าจะได้รถไปเนี่ยรอซะนานเลย จนได้รู้จักคนไทยอีกสองคน เหอๆๆ... แต่ก้อกลับถึงบ้านกันสวัสดิภาพ 555...

สรุปนะ... ลานที่สวยที่สุด Natural History Museum กับ Somerset House เราว่าลานที่ O2 Ice Disco เนี่ยล่ะมันอยู่ที่ที่แบบค่อนข้างดูดีมันน่าจะทำขอบลานดีๆกว่านี้หน่อยว่ะ (O2 มันเหมือนฟิวโมเดินแบบพารากอน แต่รูปแบบมันเหมือนกับอิมแพคเมืองทองผสมกะเมเจอร์ยังไงยังงั้นเลยหว่า...)ส่วนลานที่เราว่าไม่โอที่สุดคงเป็นที่ Hyde Park ลานแบบแคบๆยาวๆ เหมือนจะเอาไว้แข่งสปีดเสก็ตยังไงไม่รู้แถมพื้นข้างนอกรอบๆลานมันเหมือนวางลานลงไปแล้วพื้นยุบว่ะ เหอๆ แต่ถ้าเป็นบรรยากาศรอบๆก็โอดีนะ เหมือนงานวัด!! (เอ๊ะ ยังไงนี่) 555

Tuesday, November 27, 2007

เพิ่งเจอไอ้นี่ว่ะ เหอๆๆ

เปิดหาเว็บมหาลัยเอามาทำงานส่งเลยลองหาๆดูว่าจะเอามหาลัยไหนดี ก้อเลยเช็คจากอันนี้ซะเลย topuniversities.com เป็น 400 อันดับมหาลัยยอดฮิต มีมหาลัยไทยด้วยนะ อิอิ จุฬากะมหิดลว่ะ (ทามมายม่ายมีทำมะสาดของกรูล่ะ อิอิ) ทีแรกเราคิดว่ามหาลัยอสสัมชัญ (ABAC) น่าจะติดแรงค์นี้ ปากดว่าเราไม่เห็นว่ะ จุฬาอยู่อันดับที่ 223 ส่วนมหิดลอยู่อันดับ 284 ที่เราแอบงงคือว่า จุฬาเค้าไม่ได้อินเตอร์เท่ามหิดลนะ แต่ทำไมมหิดลถึงดันอยู่แรงค์ต่ำกว่าจุฬา เพราะที่อ่านๆดูเค้าก้อเขียนอยู่ว่าเก็ยข้อมูลจากเด็นนานาชาติไม่ใช่แค่ในแต่ละประเทศนี่นา เหอๆๆ รึว่าส่วนมาก เด็กที่จบจากจุฬากะมหิดลจะไปเรียนต่อต่างประเทศกันเยอะที่สุด เพราะเราคิดว่าคนที่จบจาก ABAC คงไม่คิดจะเรียนต่อโทในต่างประเทศแล้ว อาจจะแบบว่าไปทำงานเลย ไม่เรียนแล้วอะไรแบบนี้ เนื่องจาก ภาษาเค้าค่อนข้างได้เปรียบ เอาแค่จบทำงานในเมืองไทยก้อได้เงินเดือนเยอะกว่าคนอื่นแล้ว (เราคืดว่างี้นะ -- แต่ว่าถ้าเราเรียนที่เอแบคเราคงไม่เรียนค่อต่างประเทศหรอก เพราะแต่นั้นก้อแพงไปแล้วอ่าจาแพงไปไหนอีก เว้นแต่ต่อในประเทศ เหอๆๆ) ส่วนธรรมศาสตร์ น่าจะนะ น่าจะ... ส่วนมากจะเป็นอารมณ์แบบคนมีเงินไม่เยอะ รึไม่ได้รวยมากพอมีพอใช้แต่เรียนเก่ง เลยจบแล้วก้อแล้วกัน นอกจากจะได้ทุนไปเรียนต่อ อันนั้นค่อยว่ากัน...

ปล. ไม่ทราบว่ามีรุ่นน้องคณะกรูคนไหนเข้ามาอ่านที่กรูโพสมั่งฟะเนี่ย...

Tuesday, November 20, 2007

Outlet @ Bicester North

Picture 004_resize1ไปมาตั้งนานแล้วแต่ยังไม่ได้เอามาให้ดู อิอิ เป็น Outlet รวมแบรนด์เนมที่ราคาถูกกว่าร้านย่อยๆตามแหล่งช็อปปิ้งอื่นๆ โดยเฉพาะในเมือง ในใบปลิวเค้าเขียนว่า Bicester Village ที่รวมร้านแบรนด์เนมย่อยๆอีกกว่าร้อยแบรนด์อยู่ที่นี่ เห็นบอกว่าคริสมาสจะลดอีก เรียกว่าถูกแล้วก้อถูกอีก แต่ว่าจะซื้อลงอยู่มั้ยนี่อีกเรื่องว่ะ เอาเป็นว่าจะโพสข้อมูลคร่าวๆให้ไปก่อนนะ 

เปิดทุกวัน คงยกเว้นวันหยุดสากลที่เค้าหยุดกันทั่วโลกแหละ เหอๆ เปิดประมาณสิบโมง แล้วก้อปิดประมาณหกโมงเย็น ทุ่มนึงประมาณนี้ ตอนที่ไปต้องไปรถไฟอย่างเดียวอะ แต่รถไปแบบนี้ ไปกันหลายคนราคาก้อจะถูกลงนะ ไปลงที่สถานี Cgiltern Railways แล้วเค้ามีบัสบริการด้วย แต่ตอนซื้อตั๋วรถไปก้อต้องไม่ลืมบอกเค้านะว่าไป Outlet เพราะเค้าจะขายตั๋วรถบริการของทาง Outlet มาให้ด้วยเลย ไปกลับอีกสองปอนด์นะPicture 001_resize

ส่วนว่าถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มไปดูเองในนี้เอาแล้วกัน เว็บของเค้าเองอะแหละ www.BicesterVillage.com

ปล. ถ้าอยากดูรูปเพิ่ม... เชิญด้านข้างเลย ไปหาแกลเลอรี่เอานู่น อุส่าทำไว้

ส่วนเรา ไปแล้วถามว่าอยากได้มั้ยก้ออยากนะ แต่ก้อคิดว่าราคามันก้อไม่ใช่น้อยๆ เราไปชอบกระเป๋าสะพายของ DKNY แต่แบบว่า เอามาทำรัยฟะ เล็กก้อเล็กแถมยังไม่มีของเลย หนักแล้ว ส่วนใบที่ว่าโดนๆก้อเอาซะร้อนกว่าปอนด์ซ้า... เห็นราคาแล้วแทบเดินออกไม่ทัน!! ทำไมเราไม่ได้เป็นเจ้าของแบรนด์แบบนั้นกะเค้ามั่งนะ... เฮ่อ... ที่แน่ๆ แบรนด์พวกนี้ก้อเอาของถูกมาทำให้ดูดีได้ก้อแค่นั้นเองแหละน่า เพราะการลงทุนกว่าจะมาดัง เลยบวกค่าเสียเวลากว่าจะดังเข้าไปอีก ไม่รุ้นะ สำหรับเราถ้าจะเป็นแบรนด์มันคือต้องเป็นแบบว่า ในเมื่อดีอยู่แล้วของไม่ต้องรักษามากมันอยู่ของมันได้ ไม่ใช่ยิ่งจ่ายแพงยิ่งต้องระวังเพราะพังง่าย... ถ้าแบบนั้น แน่ใจนะว่าคุณภาพดีอะ... เราถึงไม่ค่อยชอบนักพวกแบรนด์อะ แล้วจากที่เราทำงานมาก้อรู้เลยว่าจริงๆมันก้อใช้วัตถุดิบแทบไม่ต่างอะไรกับของถูกๆริมทางเลยสักกะนิด ถึงจะมีบางส่วนที่สั่งทำพิเศษแต่ก้อเป็นส่วนที่น้อยกว่าอยู่ดีแหละ... อิอิ

ใครที่ชอบของมียี่ห้อ แต่แยกวัตถุดิบในการผลิตออกก้อน่าจะดูรู้ว่าใช้ของถูกรีเปล่า อย่าให้ชื่อมาเป็นตัวกำหนดว่าของที่ใช้ผลิตต้องเป็นของดีเสมอไป แพงแต่ใช้ได้ไม่คุ้มแล้วยังต้องเสียค่ารักษามันแพงกว่าซื้อของถูกก้อ... นะ

แบรนด์เราก้ออยากมีไว้มั่งแหละนะ แต่ว่าเราจะดูที่ไอเดีย ดีไซน์และการใช้งานก่อนจะซื้อ บางทีก้อดูว่าต้องดูแลมันมากมั้ย ถ้ามันเรื่องมากนักก้อไม่เอา เพราะเราไม่ใช่คนรักษาของ อิอิ เพระฉะนั้นแบรนด์ในสายตาเรามันต้องรักษาตัวเองได้ สมมติว่าเราซื้อกระเป๋ามา ฐานะมันก้อแค่กระเป๋าแล้วก้อไปอยู่รวมๆกับของถูกๆนั่นแหละ (ไม่มีที่เก็บดีๆให้หรอกนะ ที่เก็บดีๆอะมันที่เก็บบงานดีไซน์ของชั้นเท่านั้นย่ะ) ค่าของมันคืออยู่ได้นานกว่า ดูดีกว่ากระเป๋าอื่นๆ (ถึงจะกองๆรวมๆกันอยู่ก้อเหอะ) ไม่งั้นกระเป๋าของแบรนด์นั้นมันก้อไม่มีค่าพอที่จะเอามาอีก ถ้ามันไม่ถึกกว่ากระเป๋าถูกๆข้างถนน!! เหอๆๆ

Sunday, November 04, 2007

Supermarket กับ Shopping ใน UK

เราขอแบ่งตามความคิดเรานะ... อิอิ

Shop1Argos กับ Woolworth ขายของไปแนวเดียวกัน คือถูกแต่ได้คุณภาพ (น่าจะระดับนึงอะนะ) แต่รู้สึกว่า Currys ก็ด้วยแต่เราไม่เคยเข้าชอปใหญ่อะ เคยไปแต่ Currys.Digital ที่ขายแต่พวกของอิเล็กทรอนิกส์ อ่อ บอกก่อนเลยว่า Argos จะไม่เห็นของนะจนกว่าจะสั่งและจ่ายเงินแล้วเท่านั้น เค้ามีแคตตาล็อกเรียงเต็มร้านเลยไปเปิดดูแล้วก้อจดรายการไปจ่ายเงิน แต่ก็ไม่ต้องห่วง เพราะคืนได้ถ้าไม่พอใจ (ที่นี่ส่วนมากคืนได้หรือเอาไปเปลี่ยนได้นะ)

tesco_sainsbury_asda_logoส่วนซุปเปอร์มาเก็ตที่คนนิยมเข้า อารมณ์แบบว่าชนชั้นกลางอะไรแบบนี้กฺจะมี ASDA, Tesco, Tesco Metro, Tesco Extra, Sainsbury's, Sainsbury's local เรียงตามระดับราคาเรยกรู ส่วน Morrison กะ Somerfield ไม่แน่ใจว่ะ น่าจะเหมือนๆกัน แต่ของถูกๆคุณภาพก็จะไปหวังกะมันมากไม่ได้ว่ะ เหอๆ แต่เราค่อนข้างชอบ Sainsbury's นะของไม่ได้ถูกหรอก แค่รู้สึกว่าของมีคุณภาพในราคาที่พอรับได้ เพราะตอนแรกที่ไป ASDA บอกได้เลยว่าไม่ชอบ รู้สึกคุณภาพต่ำๆยังไงๆชอบกลแต่ตอนนี้ก็พอรับได้บ้างกับของบางอย่าง เพราะช่วยเซฟเงินได้เยอะเลย แต่ก้อเข้าช็อปอื่นบ้างสลับกันอะนะ

Shop3 ASDA LIVING, IKEA กะ HOMEBASE ช็อปของแต่งบ้านเคยไปแต่ IKEA หว่าของถูกนะ เป็นบางอย่าง ถ้าพวกแพคโหลอะจะถูกจริงแต่... มันเยอะไปมั้ย... เรียกว่าถ้าจะซ์อของก็ต้องเช็คราคาก่อนอะ เพราะบางอย่างร้านนี้จะถูกกว่า บางอย่างร้านนี้ก้อแพงกว่าอะไรแบบนี้ทั้งๆที่ของเหมือนกันเดี๊ยะ

M&S (Mark & Spencer) Waitrose สองอันนี้ปล่อยคนชั้นสูง (หรือคนหัวสูง) เดินช็อปไปเถอะ ของแพงเอามากๆ แล้วก็ค่อนข้างจะงั้นๆด้วย ถ้าของใช้ก็พอโอนะ ส่วนของกิน เราว่าไปเอาถูกๆกว่าก็พอแล้ว กินไปก็ขี้ออกเหมือนกันละน่า แต่ว่าทาง M&S จะมีโปรโมชั่นดีๆ ปล่อยมาเป็นระยะๆเหมือนกันต้องคอยดู เวลามันมีโปรฯของค่อยน่าซื้อหน่อย

99p, Poundland หรือร้านพวก Charity ทั้งหลายก็เป็นอีกช้อปที่น่าสนใจ (ถ้าไม่ได้สนใจคุณภาพเร้ยจริงๆอะนะ) แบบของแปลกๆราคาถูกๆ ส่วนคุณภาพไม่ต้องไปหวังมาก รู้ว่าซื้อทีก้อ "เจ็ดสิบบาท" แต่ที่นี่ราคานี้ข้างนอกไม่มีนะจ๊ะ เพราะของบางอย่างในร้านพวกนี้ข้างนอกก็มีเหมือนกันเลยแต่แพงกว่าปอนด์สองปอนด์เลยก็มีนะ

Shop2

Saturday, October 27, 2007

ลานเสก็ตใน London ไม่แน่ใจว่ามีอีกมั้ย แต่ที่รู้มีแค่นี้

STREATHAM ICE ARENA เพิ่งมีข่าวไฟไหม้ไปเมื่อไม่นานนี้เองอะ ไม่แน่ใจว่ามีเด็กตายด้วยมั้ยอ่ะ
386 Streatham High Road, London, SW16 6HT
[การเดินทาง: tube สุดสายสีดำ ไม่ก็สายสีฟ้าต่อบัส อยู่ทางใต้ของลอนดอนนะ โซนสอง]
MONDAY เปิดเวลาเดียว 10.30 - 4.00pm £6.00
TUESDAY มีสองรอบ 10.30 - 4.00pm กับ 8.00 - 10.30pm £6.00
WEDNESDAY มีสามรอบ 10.30 - 4.00pm ราคา £6.00 ส่วนรอบ 4.30 - 6.30pm กับรอบ 8.00 - 10.00pm £5.50
THURSDAY ก็เปิดสองรอบ 10.30 - 4.00pm กับ 8.00 - 10.30pm ทั้งสองรอบราคา £6.00 เท่ากัน
FRIDAY เปิดสามรอบ 10.30 - 4.00pm £6.00/6.00 - 8.00pm £5.50/8.30 - 11.30pm ตอนเย็นมี EVENING DISCO £6.30
SATURDAY 10.30 - 4.00pm £6.00 /6.00 - 8.00pm £5.50/8.30 - 11.30pm ก็มี DISCO £6.30
SUNDAY มีรอบเดียว 10.30 - 4.00pm £6.00

Lee Valley Ice Centre
Lee Valley Ice Centre, Lea Bridge Road, Leyton, London, E10 7QL
[การเดินทาง: tube ไปขึ้นที่ old street แล้วต่อบัส]
Monday: 11.00am - 3.30pm
Tuesday: 11.00am - 3.30pm/5.00pm - 7.00pm
Wednesday: 11.00am - 3.30pm
Thursday: 11.00am - 3.30pm/8.30pm - 10.30pm
Friday: 11.00am - 3.30pm/5.00pm - 7.00pm/8.30pm - 10.30pm
Saturday: 10.00am - 12.00pm/2.00pm - 4.00pm/8.30pm - 10.30pm
ราคาบัตร £6.20 นี่รวมรองเท้าแล้วนะ แต่ในใบที่เราไปหยิบมามัยมีราคารองเท้าเช่าอีกสองราคาเราก็เลยงงอะ สงสัยว่าจะเป็นรองเที่ค่อนข้างดีหน่อย แบบเอาไว้ใส่เรียนเสก็ตสำหรับคนที่ยังไม่ได้ซื้อรองเท้ารึเพิ่งเริ่มเรียน Standard Skate Hire: £1.30/Premier Skate Hire: £1.70
Alexandra Palace
Alexandra Palace Way, Wood Green, London, N22 7AY
[การเดินทาง: tube ที่ wood green แล้วต่อบ้สไป อยู่ทางเหนือ โซน3-4 ไม่แน่จัยอะ]
Monday to Friday: 11.00am - 1.30pm & 2.00pm - 5.30pm บัตรราคา £6.00
ส่วน Happy Hour จะแค่ชั่วโมงเดียว 4.30pm - 5.30pm ราคา£4.00
Saturday & Sunday: 10.30am - 12.30pm & 2.00pm - 4.30pm วันหยุดจะราคา £7.00 นะ
Evening Sessions Friday & Saturday Disco: 8.30pm -11.00pm £7.00
School Holiday Special: Skate All Day เมื่อไหร่อ่า...
Monday to Friday: 11.00am - 5.30pm £7.00
อ่อ ราคาที่นี่เค้ารวมรองเท้าแล้วนะ แต่เค้าๆม่มีส่วนลดราคานักเรียนนะ (จริงๆลานเสก็ตที่นี่ก็ไม่ลดให้นักเรียนทุกที่อ่ะจิ)
Queens Ice Rink
17 Queensway, Bayswater, London, W2 4QP
[การเดินทาง: ขึ้นที่ Queensway ก็ถึงเลยอะแหละ อยู่โซน1 นะ]
ที่นี่เปิดทุกวัน เวลา 10am - 11pm แต่สันเสาร์จะปิดเร็วขึ้นครึ่งชั่วโมง... ราคา £9.00 ถ้ารวมค่าเช่ารองเท้าก็เป็น 10 พอดีอะแหละ (แพงนรกเลย แต่เล่นยังไงก็ไม่คุ้มหรอกว่ะ เพราะคนส่วนมากจะอยู่ได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง เข้าใจตั้งราคาเนอะ ดูเหมือนจะคุ้มเลยแต่จริงๆเปลืองเงินสุดๆ บอกตรงๆ ไม่แนะนำที่นี่นะถ้าคิดว่าจะทนเล่นอยู่จนเกือบหมดรอบไม่ไหว)

Sorbell Ice Rink เว็บมันไม่ได้บอกว่ะ ว่าเปิดให้เล่นได้มั้ย กี่โมงบ้าง ราคาก็ไม่แน่ใจอะน่าจะแค่ สี่ปอนด์แต่ว่าก็เล่นได้แค่ชั่วโมงกว่าๆเองด้วยมั้ง เลยไม่เอาขึ้นให้นะ อยู่ประมาณโซนสอง นี่เฉพาะลานเสก็ตใน ลอนดอนนะ (เอามาจากเว็บเค้าเลย เหอๆๆ)

Metrosnow - welcome winter!!

งาน Event ที่แปลกในสายตาของเราคนเมืองร้อนคืองานแสดงสินค้าฤดูหนาว...
งานเหมือนงานแฟร์ Sponsor หลักๆ เลยก็มี Metro กับ Lastminute.com จัดวันที่ 24 – 28 ตุลาคม 2550 (October 2007) ที่ Olympia ก็นั่ง underground ไปขึ้นที่ Kensington (Olympia) อะแหละ บัตรเราได้ราคานักเรียนง่ะ 8 ปอนด์ เท่าที่ดู วันเสาร์อาทิตย์ไม่น่ามีราคานักเรียนนะ แล้วบัตรก็เอาซะสิบกว่าปอนด์เลยด้วย แพงมากๆ

งานเค้าเน้นขายสกีทริปกับอุปกรณ์กีฬาฤดูหนาว เสื้อผ้าใส่เล่นสกีอะไรแบบนี้ แล้วยังมีเทคโนโลยีแปลกๆ มาโชว์ด้วย แต่ต้องเป็นคนที่เล่นสกีหรือกีฬาพวกนี้อยู่แล้วนะ มีโชว์บ้างเหมือนกัน พวกนักกีฬาก็ไม่รู้ว่าดังมั้ยอะนะ มาโชว์การเล่นเล็กๆ น้อยๆ ให้ดู มีโชว์แกะสลักน้ำแข็งด้วย แต่เค้าแกะอันนิดเดียวนะ เหอๆ มีโชว์เคนโด้ด้วย อิอิ เหมือนโปรโมตประเทศญี่ปุ่นอะแหละ เหอๆ

ส่วนกิจกรรมที่เราไม่ได้แจมเข้าไปเล่นสักกะอย่าง ก็มีทั้งชิงโชคสกีทริป (เหมือนเป็นอะไรที่ตายตัวในการดึงคนเลยเนอะ) บูทของ EasyJet ไปเอาลานน้ำแข็งมาใส่เลย ขนาดย่อมน่ารักเชียว 10 x 10 เมตร กรูเลยไม่เล่นดีก่า (อุส่าแบกรองเท้าไป เฮ่อ..) ขนาดลานแค่นั้น แต่เราหมุนก็ครบรอบลานแล้ว เหอๆ เพราะหมุนไม่อยู่กับที่งัย อิอิ มีสอนพื้นฐานสกีกะสโนว์บอร์ดด้วย (ที่บอกว่าไม่ได้ลองไง) คิวยาวมากกกก มีปีนกำแพงน้ำแข็ง แต่งตัวแบบไปเล่นสกีแล้วถ่ายรูป เค้าตัดต่อให้เป็นว่าเหมือนไปมาจริงๆเลยล่ะ ออกแบบลายสโนว์บอร์ด ถ่ายรูปกับหมาไซบีเรียนฮัสกี้ ได้ข่าวว่าแถวบ้านเราที่เมืองไทยก้อมี (ถ่ายทำไมวะ ไม่ใช่หมาเราอ่า...)

ของแจกของแถมมีบ้างประปราย เอกสารท่องเที่ยวพวกสกีทริป แคตาล็อกสินค้าอุปกรณ์กีฬาบนหิมะ ถุงกะกระเป๋าผ้าเงี้ย... เอาขยะเข้าห้องอีกแล้วกรู... แต่ดูจากราคาของแล้วซื้ออะไรไม่ได้สักกะอย่าง ราคามันเริ่มที่หกสิบกว่าๆสำหรับพวกเสื้อกันหนาวอะ เอาแค่หมวกไหมพรมก็อึ้งไปแล้ว สิบห้าปอนด์ขึ้นอะ ดูแล้วแบบแน่ใจนะว่าลดราคาแล้ว!!

อยากลองเล่นสโนว์บอร์ดอะ แต่วันนั้นที่ไปคิวยาวมากๆๆ เลยไม่ได้ไปแจมอ่า ก้อแอบเสียดายว่ะที่ไม่ได้ลอง แต่อีกใจคิดว่าถ้าลองแล้วเกิดชอบขึ้นมา กรูจาไปหาที่ไหนเล่น!! แค่ลานเสก็ตน้ำแข็งก็หายากแล้วสำหรับเมืองร้อนแบบบ้านเราอะ เหมือนเราเกิดผิดที่ว่ะ เหอๆ ชอบกีฬาเมืองหนาวแต่อยู่ในเมืองร้อน อิอิ แต่เอาเหอะมันจะได้ไม่จำเจงัย มีอะไรแปลกๆให้ลองทำ เพราะถ้าเป็นคนเมืองหนาว เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติของเค้าว่ะ คงไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เหมือนเวลาที่เราไปงานนิทรรศการท่องเที่ยวอะแหละ มีแต่ทะเลกะภูเขา แล้วเราก็เบื่อไง แต่ฝรั่งเค้ากลับชอบเพราะไอ้ฟ้าๆเขียวๆแบบนี้บ้านเค้าไม่มีเท่าบ้านเรา

Monday, October 22, 2007

ไป British Museum

British Museum จัดว่าเป็น Highlight ของสถานที่ท่องเทียวใน London ชนิดที่ถ้าไม่ไปเหมือนกับว่ามาไม่ถึง London เดินวันเดียวยังไม่ทั่วเลย ช่วงที่ไป (เมื่อ 18 ก.ย. 2007) มีนิทรรศการหมุนเวียนเรื่อง The First Emperor เป็นนิทรรศการจากเมืองจีน แต่ค่าเข้าค่อนข้างแพง ขายแค่วันละ 500 ใบเท่านั้นและก็หมดเร็วทุกวันจนคนจะไปต้องจองล่วงหน้า แต่เพื่อนคนไต้หวันบอกว่าไปดูที่จีนก็ได้ถูกกว่าและมีตลอด ประมานนี้... แต่ส่วนที่เป็นนิทรรศการถาวรเข้าฟรีนะ ไปได้ตลอดเลย (ถ้าเปิด) ส่วนมากก็เปิดทุกวันเวลา 10.00-17.30 ถ่ายรูปได้ด้วยนะ ไม่เอากล้องไประวังจะเสียดาย วันที่เราไปมามีนักเรียนมานั่งวาดรูปด้วย ทำให้นึกถึงตอนที่เรียนวาดรูปที่ธรรมศาสตร์เลย แบบไปนั่งวาดกันที่พิพิธภัณฑ์ บางทีก็ถ่ายรูปกลับไปดราฟที่บ้าน (ซะงั้น!!) 

Saturday, October 06, 2007

Lee Valley Ice Center

ไปเล่นสเก็ตมาหลังจากหายหัวไปนานถึงสี่เดือนเต็ม (กว่าๆด้วย)... ระหว่างรอรองเท้าที่ขอให้ทางบ้านส่งตามมาทีหลังเนี่ย ทรมานสุดๆเลย แบบว่าเหมือนคนติดยาเลยว่ะ กินไม่ค่อยจะลง นอนก็ไม่ค่อนจะหลับ (แต่ก็เล่นไม่ค่อยได้เรื่องหรอก เหอๆ) เอาเป็นว่าไปมาเรียบร้อยแล้วล่ะ เลยเอารูปมาให้ดู

พอได้รองเท้ามาคราวนี้เครียดเรื่องว่าจะไปลานไหนดี เพราะลานที่ฮิตที่สุดนิยมที่สุด(ควีน)อะ ราคาสูงถึงเก้าปอนด์(ที่ยังไม่ได้รวมรองเท้าอีกหนึ่งปอนด์) แต่สามารถอยู่ได้ทั้งวัน (รวมแปดชั่วโมงครึ่งได้) แต่ใครมันจะอยู่ไหววะ ถ้าเป็นช่วงแข่งล่ะไม่แน่ แต่นี่หายหัวไปนานเท้าที่ไม่ได้ไปอัดอยู่ในรองเท้าเสก็ตมานานจะเจ็บขนาดไหนกันล่ะ ขนาดใส่อยู่ทุกวันยังเจ็บเลย เลยหาลานอื่น ซึ่งเราก็เจออีกสองลานที่ราคาค่าเล่นรวมกับค่าเดินทางแล้วแทบไม่ได้ต่างกันเลยแม้แต่น้อย แต่ว่าลานที่ไปมาเนี่ย เราเคยไปสะเหร่อถามเรื่องงานพิเศษไง ถึงรู้ว่าอยู่ตรงไหน น่าเล่นมั้ย เลยลองไปเล่นดู เออ ลานสากพอๆกับที่สำโรงเลยขนาดเพิ่งเปิด (สิบเอ็ดโมง) แต่ดีกว่าตรงที่ว่าไม่มตะปุ่มตะป่ำ ไม่มีหลุม (แต่กรูก้อไปทำลานเค้าเป็นรูเบ้อเร่อจนได้ เหอๆๆ) ส่วนความแข็ง คิดว่าก็คงพอๆกันเพราะเอาก้นลงไปแล้วหลายรอบไม่ได้เจ็บมาก(ได้ยินมาว่าที่อเมริกาแข็งยังกะซีเมนต์)

สรุปว่า ไอ้ราคาที่เค้าเขียน หกปอนด์ยี่สิบอะ มันคือราคาที่รวมรองเท้าแล้ว (คาดว่ารองเท้าฮอกกี้พลาสติกนะ เพราะในใบปลิวมันมีค่ารองเท้าอีกสองราคา น่าจะเป็นรองเท้าแบบที่ใช้เล่นประเภทลีลา) เพราะเราจ่ายแค่ห้าปอนด์ยี่สิบ เออ สรุปว่าถูกสุด คิดดีแล้วว่ะ(ระดับนึง)ที่ไปที่นี่ (ถ้าคิดดีกว่านี้คงไม่เล่นให้เสียเงิน!!) แล้วก้อจริงอย่างที่คิดไว้ว่า รองเท้านี่งับใหญ่เลย (ประหนึ่งดังต่อว่าว่าทำไมไม่เอาชั้นมาด้วยตั้งแต่แรก ทิ้งกันทำไม!!) เล่นไปได้แค่สามชั่วโมง (กะอยู่ต่อจนหมดรอบประมาณบ่ายสามครึ่งแต่ไม่ไหว) ไอ้ชั่วโมงหลังเนี่ย ทรมานเท้าสุดๆเอาซิลิโคนรองจนไม่รู้จะรองยังไงแล้วเลยว่า เออ พอเหอะก่อนที่จะเดินไม่ได้ไปอีกเกือบสัปดาห์!! ระหว่างทางกลับหอก็หลับตลอดเลย... (ไม่ได้ต่างอะไรกับที่เมืองไทยที่ขึ้นรถไฟฟ้าได้ปุ๊บหาที่นั่งหลับทันที ตื่นอีกทีคือสถานีแถวบ้านเลย เหอๆ ยกเว้นตอนแข่งที่ซ้อมหนักแม้ว่าจะไม่ได้ดีขึ้นมากนักก็ตาม จนค่อนข้างชิน ไม่ได้เหนื่อยมาก - แบบ... กลับมานั่งเล่นเกมต่อง่ะ)
ถ้าถามว่าไปอีกมั้ย ไปแต่คงเว้นไปเลยระยะนึง แล้วก็จะไปเวลาที่ไม่มีคนแบบนี้ด้วย คนเยอะเล่นไม่ได้ แล้วก็จะอันตรายด้วยเวลาล้ม ใครจะมาเหยียบนิ้วก็ไม่รู้ วุ่นวาย ส่วนจะไปลานไหน ลานเดิมมั้ยเนี่ยคงคิดอีกที... แต่ไม่ไปแน่ๆคือ Queens Ice Rink ถ้าไม่มีเพื่อนไปแล้วอยู่กันจนหมดรอบ (แปดชั่วโมง)!! จำไว้ว่า สิบปอนด์! แต่ก็อย่างว่า ลานที่เราไปมันคือลานที่เค้าใช้เล่นกันค่อนข้างจริงจังกว่า Queens Ice Rink นะ เพราะที่ Queens เนี่ยมันจะออกแนว Entertain มากกว่า มีโบวลิ่งด้วย coffee shop ก็แบบเป็นที่นั่งจริงๆจังๆมาก เรียกว่าทำลานเพื่อธุรกิจ

ส่วนที่ Sorbell ไปมาแล้วเช่นกัน ที่นี่ไม่ได้มีเวลาให้คนนอกเข้าไปเล่นมากนัก ต่อให้สมาชิกก็เถอะ เปิดแบบฟรีไทม์แค่ไม่เกินสามชั่วโมงได้มั้ง ตารางเค้าติดที่ information อะ ง่ายๆคือถ้าไม่ลงเรียนก็ไม่ต้องเล่นอะไรประมาณนี้เลยว่าไปทำไมวะ

มีอีกลานที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงพอสมควร อยู่โซนสองทางใต้นู่นเลย ไกลนรก!!(แต่ไปมั้ย... ไปแน่นอน ต้องลอง อิอิ แต่เมื่อไหร่ไม่รุ) เป็นเสก็ตติ้งคลับเลย ค่าเข้าหกปอนด์รวมรองเท้าแล้ว (อย่างเราจะเหลือห้าให้ได้มั้ยอ่าเนี่ย ขนรองเท้าไปทั้งที) เล่นได้ห้าชั่วโมงครึ่ง เปิดสิบโมง... แน่นอนว่าถ้าเราไป เราคงต้องออกตั้งแต่ไก่ (ยังไม่ทันจะ) โห่เพราะเล่นเดินทางข้ามโซนขนาดนั้น เพราะฉะนั้นสอนให้ได้ถ้าอยากให้สอน แต่ว่าบอกเลยว่าจะไปด้วยกัน ได้ แต่สาย... ไม่รอ!! เราไม่รู้ว่าวันไหนผีเข้า ถ้าผีเข้าขึ้นมาเนี่ย สนุกได้ทั้งวัน แบบ บ้าพลังขึ้นมาซะงั้น แล้วอีกวันก็ระบม ไหนๆจะไปต้องไปให้คุ้ม เอาตั้งแต่เปิดเลย ไปแล้วเล่นไม่ไหวว่ากันอีกที (ตอนที่ไปสำโรง วันที่ผีเข้าจะเป็นวันที่เรารู้สึกว่าได้เล่นน้อยที่สุดประจำ ถ้าตอนที่เป็นสมาชิก นี่เลย ผีเข้าใช่มะ งั้นอยู่ต่อ สรุปกลับบ้านเมื่อเค้าไล่... สามทุ่มสี่ทุ่มนู่น แต่ไปจริงๆก็ตั้งแต่ลานเปิดสิบโมงเช่นกัน เหอๆ)

หลังจากได้ไปโลดแล่น(และเจ็บตัวอีกนิดหน่อย)มาแล้ว คราวนี้ทำงานส่งได้สบายใจละ... ;)

Thursday, October 04, 2007

สรุปสามเมือง(ตงไหน)

Cambridge Oxford Windsor เป็นทริปเที่ยว 3 เมือง ใน 3 เดือนที่เรียนภาษาเตรียมเข้า ป.โท พอมาไล่ดูรูปแล้ว ทั้งสามเมืองเนี่ยแทบไม่ต่างกันเลย คือ เป็นเมืองเล็กๆ มีปราสาทใหญ่ๆ ที่เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมวยกเว้นที่ Oxford เพราะเป็นมหา'ลัย แล้วตอนที่ไปเป็นช่วงรับปริญญา ชุดครุยสวยมากกกก แต่ปราสาทที่เราเข้า คือปราสาทที่วินด์เซอร์ ค่าเข้าประมาณสิบสามปอนด์ โชคดีที่ว่าสวนข้างหลังที่จะเปิดแค่ปีละสองครั้งแล้วเปิดตอนที่เราไปกันพอดี งดงาม... อิอิ

ปล. ย้ายมาจากบล็อก Multiply เลยไม่มีรูปมาฝากแล้วอะ - -"

Wednesday, September 26, 2007

มา.. วันนี้จะพาไปดูห้อง...

วันนี้จาพาไปดูห้องพักในหอมหาลัยของ Middlesex ที่นี่คือ แพลตฮอลนะ เสือกอยู๋ชั้นหนึ่งเรย... แม่ง จะเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ก็ไม่ค่อยได้ เซ็ง ว่ะ แต่เอาเหอะ ได้อยู๋ตึกใหม่ด้วย เพิ่งเส็ดไม่นานเอง... อิอิ แต่ก้อ อย่างที่เห็นในรูปว่าสภาพออกมาเป็นไง อิอิ แหม จะสิงสถิตที่นี่ตั้งปีนึงก็ขออะไรที่ทำให้ตัวเองสบายใจติดรอบๆห้องซะหน่อยเหอะ จิงมะ... และนี่ก็เป็นไอเดียแต่งห้องของอีชั้นเองล่ะฮ่า มีปันยาเลียนแบบก็เอาสิ...

เมื่อวินยานนักออกแบบ (อาทๆ) มันหลุดออกมาก็เลยเป็นแบบเนี้ยแหละ แล้วถ้าเครียดมากๆ คงได้วาดรูปแปะเต็มห้องยิ่งกว่านี้... (โดยเฉพาะรูปที่สนองความต้องการของตัวเอง คือ เสก็ต ม้า และเสื้อผ้าอีกนิดหน่อย อิอิ) มาเรียนบิสิเนสง่ะ แต่ยังรักที่จะวาด รักที่จะคิดอะไรแปลกๆ (ให้มันรกห้องเล่น) อยู๋เสมอๆ ไม่ได้ค่ะ ตอนนี้รู้สึกฝีมือตกอีกแล้วว่ะ ไม่ได้วาดซะนานเลย...

Saturday, August 25, 2007

หายหัวไปนาน... งานเยอะอ่ะ อิอิ

ช่วงนี้ใกล้หมดช่วงภาษาแล้ว งานเยอะ จิงๆไม่เชิงเยอะอะ แต่เป็นงานหนักมากว่า เรียนทุกวันแล้วยังต้องรีบปั่นงานอีก นอนดึก-ตีสองตีสามประจำจนชิน แล้วยังเสียเงินปริ้นท์งานไปบานเรยยย เหอๆ... รีพอตนี่ล่อไปยี่สิบแปดหน้าเพื่อนแซวเรย มึงทำดิสเซอเทชั่นเรอะ เหอๆๆ ก็มันเป็นรีพอตอะ แบบสำรวจใส่กราฟใส่ตารางอะไรแบบนี้แล้วดันใส่ซะเยอะเลย (เนื้อหามีนิดเดียว-ไม่มีปันยาเขียนเยอะ เลยใช้รูปช่วยแทน อิอิ)

เปิดบล็อก...
  • หาที่โพสต์งานที่ทำส่ง กะว่าเผื่อมีใครสนใจบทความ (ที่เขียนเองบางทีก็อ่านไม่รู้เรื่องซะเอง) แล้วเอาไปเขียนอ้างอิง จะได้มีคนรู้จักกะเค้ามั่ง มั้ย?? 5555
  • ทำ Facebook ไว้ด้วย เพราะที่นี่ ตอนนี้เป็นที่นิยมมาก และคนที่นี่ไม่เล่น Hi5 หลังๆ ชักเริ่มมีแอพเสริมเยอะเกินเล่นจนเบื่อเหมือนกัน
  • ตอนนี้ multiply ที่โพสงานดีไซน์ไว้ก็ดันไม่ค่อยพอใจว่ะ มันแปกๆ ยังไงชอบกล เรียกว่าค่อนข้างจำกัดเอามากๆ เลยใช้ๆไปก่อน แต่คิดว่าเค้าคงจะค่อยๆพัฒนาให้อะแหละ

Thursday, July 26, 2007

เส็ดไปแล้วอีกงานหนักๆ.. (มั้ง)

นอนดึก ไม่สิเช้ามากกว่า มาสามคืน มะวานนี้ก็งีบไปนิดเดียว (นิดมาก แม่งทั้งคืนเลยว่ะเฮ้ย) กะว่าจะตื่นมาทำงานต่ออีกทีฟ้าสว่างแร้ว แถมนอนน้อยไปนิดเดียว ตื่นสายเลยปั่นการบ้านก่อนไปเรียนแทบไม่ทัน เอาอีกแล้วคืนนี้นี่นั่งอัพเว็บอยู่เนี่ย นอนไม่หลับว่ะ นั่งปั่นงานซ้า แต่ก็เอาจนเส็ดได้ละวะ ส่งไปแล้วเว่ย ถึงมานั่งอัพ ที่แน่ๆสมองจะชอบมาแล่นเอาตอนกลางคืน (แล้วไปน็อกเอาตอนกลางวัน ซึ่งกำลังเรียนหนังสืออยู่เป็นประจำ) ไอ้เราก็ดีใจว่าเฮ้ยมาถึงนี่ถ้าเวลามันต่างกันตั้งหกชั่วโมงสมองเราจะได้แล่นช่วงกลางวันมั่ง ที่ไหนได้กว่าจะสมองใช้การได้ก็หลังเที่ยงคืนประจำ อ่อ ห้ามงีบด้วยนะ ไม่งั้นได้พักยาวเลย เซ็งว่ะ เฮ้ย ใครมีสูตรทำให้นอนไม่หลับและไม่ง่วงตอนเรียนแล้วเรียนรู้เรื่องมั่งวะ (เพราะเรารู้ว่าบางคนไม่หลับแต่ก็เรียนไม่รู้เรื่อง) ขอหน่อยดิ๊... นี่เพิ่งเขียนรายงานเส็ดไป ได้มั้งหมด สองพันกว่าคำ จริงๆถ้าไม่นับอ้างอิงได้ไปแล้วพันแปด!! นี่ได้ข่าวว่ามาเรียนภาษา ยังไม่ได้ทำดิสเซอเทชั่นเลยนะเว้ย ทำเอาไม่ได้หลับไม่ได้นอนเนี่ย แล้วถ้าเรียนโทจะสภาพแบบไหนวะ... ตอนนี้ได้ข่าว(ขู่)มาแว่วๆว่าถ้างานผิดเยอะ พรีเซนต์ไม่ดีก็เก็บของกลับบ้านใครบ้านมันไปเลย.. แป่ว!! คิดว่าจะเก็บของไว้ก่อนเลยดีมั้ยเนี่ย... อยากรู้จังว่าคนที่อยากเรียนต่อต่างประเทศมาอ่านที่เราโพสต์ไว้แบบนี้แล้วยังจะอยากมาอีกมั้ย...
ที่นี่มึงมามึงมีอิสระมากๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะพิสูจน์ว่ามึงโตพอแล้วและใช้ชีวิตเป็น คือการควบคุมตัวเองได้ว่าต้องทำอะไรตอนไหนและเมื่อไหร่ "ซักเซส"ในความหมายของตัวเองคืออะไร ทำให้ได้(แล้วไม่เดือดร้อนคนอื่น)

Sunday, July 22, 2007

ง่วงว้อย!!

ปั่นงานเขียนมาสามคืนแบบกว่าจะเข้านอนก็เอาซะ ตีสามตีสี่เข้าไปแล้ว มันมีสองแบบนะ คือเป็นรายงานมีชาร์ต มีตารางได้ด้วย จะเรียก รีพอต (report) แต่ถ้าเป็นงานเขียนที่คล้ายๆกับเล่าเรื่อง หรืออ้างหลักทฤษฎีจะเรียกเป็น เอสเส (essay) อันนี้จะไม่มีอะไรที่น่าสนใจนอกจากนั่งอ่านเอาอย่างเดียว... แล้วอาทิตย์นี้คือทั้งสองอย่างมันค่อนข้างมาใกล้เคียงกันด้วยแหละ เลยหนักไปนิด... เอาเหอะ แต่ก็หนุกดี... (มั้ย!?) แต่ละอันที่ต้องเขียนก็แค่พันคำเอ๊ง... (ไม่เยอะเลยเนอะ ง่วงแล้ววุ้ย ไปนอนก่อนนะ)

Tuesday, July 17, 2007

14 Jul 2007 = go to CAMDEN town

ต่อเน็ตได้แล้วที่จริงต่อได้ตั้งแต่วันศุกร์แล้วล่ะ เปิดทิ้งไว้ทังคืนเลยคืนนึงเต็มๆ แอบกลัวคอมพังเหมือนกัน วันเสาร์ไปเที่ยว(ออกได้ทุกวันหยุดเลยกรู) เพื่อนจะดูแฮรี่พอตเตอร์ แต่ไม่มีบัตร ISIC - เป็นบัตรนักเรียนต่างชาติ - ตั๋วจะราคา 9 ปอนด์เราเลยเออไปด้วย เค้าลดให้เฉพาะคนที่ถือไง เหลือ 6 ปอนด์ เลยไปเดินเล่นด้วยเลยแถวCamden Town โซนเนี้ยพังค์เยอะ มีเพื่อนไปมาก่อนก็บอกว่าเหมือนกับจตุจักรบ้านเรา พอเราไปเองก็เออว่ะ ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงวะ แล้วไปหาสกูตเตอร์ด้วย ที่ Argos มันมีแบบถูกๆอยู่แต่ก็ชักไม่แน่ใจว่าเราจะใช้ได้ มันเป็นช็อบที่วางแต่แคตตาล็อก จะซื้อก็ต้องสั่งเอาแล้วเค้าจะไปเอามาให้ คือไม่เห็นของไง เลยไม่แน่ใจ เพราะที่อ่านดูมันสูง 77 เซ็น คิดว่าเตี้ยๆ เลยยังไม่กล้าซื้อมา แต่เห็นบอกว่าของพวกนี้ไม่พอใจคืนได้ แต่อังกิดเราก็ดี้ดี จะขอคืนของยังไงวะ เลยยังไม่อยากซื้อ ไว้ให้ชัวร์ๆก่อนดีกว่าว่าจะต้องใช้แน่ๆ คือกะรอได้งานก่อนด้วยล่ะ (ก็กันยานู่น) แล้วทีเดียวเลย ส่วนวันอาทิตย์ก็ไม่ได้ไปไหนนอกจากนั่งเล่นเน็ตทั้งวันเลยอยู่ในห้อง ตอนเย็นๆก็ไปทำอาหารกะเพื่อน เปิดคลาสใหม่มีอาทิตย์นึงหนังสือ (แค่ครอสภาษา) เล่มเบ้อเร่อเลย เฮ่อ... คงไม่ไปวิ่งหางานแล้วว่ะ (มั้ง) แต่ถ้าได้ก็ไม่แน่ว่ะ อิอิ

Thursday, July 12, 2007

ไดอารี่อินยูเค1


9 มิถุนายน 2550 = 9 June 2007: Tour in CT London
เดินหลงมั่งไม่หลงมั่งไปเรื่อยจากลานอะไรสักอย่าง ที่เดินไปแล้วไม่รู้ว่าเรียกว่าลานอะไร แต่รู้แค่ว่าเข้าไปนั่นหม่ำกัน ข้างหลังเป็น National Gallery แล้วเข้าไปเดินแถวๆ บักกิ้งแฮมพาเลซด้วย ทะลุไปออกอีกด้านเลย เดินต่อไปที่บิ๊กเบนกับลอนดอนอาย (ชิงช้าสวรรค์ของอังกิด)ได้อะแล้วก็แยกย้ายกันกลับ เพราะขาลากแล้ว!!

11 มิถุนายน 2550 = 11 June 2007: first day in class
เรียนวันแรก นึกว่าลงคลาสผิดประเทศ ยังกะอยู่เมืองจีน เข้าลาสมามีคนไทยอยู่ 2 คน ที่เหลือพูดจีนกันหมด...-_-“

16 มิถุนายน 2550 = 16 June 2007: go 2 Brigthton
ทางมหาลัยพาไปเที่ยวที่เมือง Brigton เมืองริมทะเลที่หาดเป็นกรวดและดูเป็นอังกี้ดอังกิด ไปเจองานแต่งงานด้วย เราก็ยืนรอดูเจ้าสวา ที่ไหนได้ ออกมาเป็นคู่เกย์ ดีนะที่คนนึงไม่ได้ใส่ชุดเจ้าสาวอะ...

21 มิถุนายน 2550 = 21 June 2007: quite Happy
วันนี้มีฟรีขนมกะกาแฟแต่อารมณ์แบบง่วงและขี้เกียจลงเลยไม่ได้กิน... ทั้งชาทั้งกาแฟขม... เรากินแต่ชา กาแฟเราไม่ได้กินหรอกนะแต่เพื่อนที่กินกาแฟบอกอะ พักเที่ยงเอาอาหารไปกินเอง เพราะเริ่มจนแร้ว เลยนั่งเล่นเน็ตซ้า... หลังเลิกเรียนก็นั่งเล่นอยู่แป็บนึง วันนี้เค้ามีงานอะไรอีกแล้วก็ไม่รุ เค้าเลยมาไล่ แต่เราก็แอบสมัครงานฟรีแลนซ์ไปแล้วสองสามที่ เป็นพวกกราฟฟิกอะ... ลองดู... แต่เราอยากโค้ชเสก็ตมากกว่าอ่า... เฮ่อมะไหร่เค้าจาโทมาให้เราเริ่มงานซะทีนะ... ตอนนั่งเล่นเค้าเก็บโต๊ะไปหมดเลย แล้วมันมีที่นั่งยาวๆอยู่ด้านขวาเลยไปนั่งเล่นกันเป็นแถบเอาอมวางบนที่พิงมันเป็นคล้ายๆกำแพงอะ Wayne คนที่สอนคลาส Postgrad ผ่านมาจะกลับบ้านเห็นนั่งกันเป็นแถบเลยเอามือถือมาถ่ายรูปไว้ เหอๆๆ แล้วมาไล่เลยกลับบ้านดีกว่า...

30 มิถุนายน 2550 = 30 June 2007: (window) shopping day + Gay parade
ไปเที่ยวที่ Oxford Street แบบกะว่าจะไป London Bridge แต่ฝนตกแบบน่ารำคาญมากๆ ตกๆหยุดๆ แล้วยังมีขบวนพาเหรดคนผิดเพศอีกตะหาก... แหมอยากแจมจัง อิอิ... ขบวนโคตร... ยาวเลย บังเอิญเอากล้องไปเลยได้รูปมาแล้วจะเอาขึ้นให้ดู...
ส่วนงาน กรูส่งไปก็เงียบซ้าทุกที่เรยว่ะเฮ้ย... เอาเถอะ ถ้าไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ ไว้สมัครใหม่ก็ได้นี่นา... แล้วการบ้านก็นับวันจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็เอาวะ ถ้าแค่นี้หนักแล้วจะมาเรียนทำหอยอะไร...

7 กรกฎาคม 2550 = 7 July 2007: Shopping Day w new friends
ไปช็อปแถวๆ Oxford Street มา แบบเดินกันขาลาก? เราแวะเข้าไปบ้านน้า เอาเงินกับขนมไปให้ แล้วไปดูเค้าแข่ง Tour de France in London มา ทีแรกเราก็งง ว่าแข่งกันเสร็จแล้วเหรอตรารางมันบอก บ่ายสามถึง หกโมงยี่สิบไม่ใช่เหรอ เราก็ดูๆสักพักแหละ เห็นไม่มีอะไรเลยเดินกลับมาดูตารางรายชื่อนักกีฬา มันแข่งแบบว่า ตามคิวของใครเริ่มเวลาเท่าไหร่ คือวัดกันทีละคนเลยอะ นักกีฬาก็ค่อยๆมา บางคนก็มีนักข่าวรุมสัมภาษณ์ บางคนก็มาวอร์มอัพไงเราถึงงง พอมาดูบอร์ดถึงเข้าใจอะ วันนี้เป็นรอบจับเวลาพรุ่งนี้มีอีกวัน แข่งจริงเริ่มแถวๆ Trafalgar Square ถึง Greenwich แล้วจุดเริ่มจริงๆอยู่ที่ Greenwich นะ ถ้าจะไปดูคงต้องไปแต่เช้าเลยล่ะ อยากไปดูจังเลย แบบว่ามีโอกาสแล้วก็อยากอะนะ มันเป็นทัวร์นาเม้นใหญ่ด้วย...

8 กรกฎาคม 2550 = 8 July 2007: go for Tour de France (in London)
เดินออกจากหอไปตั้งแต่หกโมงครึ่งไปรอดูแข่งจักรยานรายการใหญ่ Tour de France ปีนี้จัดที่ลอนดอน เริ่มจาก Greenwich ไปเมือง Canterbury เราก็ไปรอดูที่จุดเริ่มแม่งเลย จริงๆใจนึงก็ไม่อยากไป อีกใจก็เฮ้ยรายการเนี้ยไม่ได้หาดูง่ายๆนะ เลยเออไปซะหน่อย ที่จริงขบวนคาราวานโปรโมตน่ะเริ่มแปดโมงครึ่ง แล้วปล่อยตัวนักกีฬาน่ะเกือบๆสิบโมงครึ่งเลย แต่เราก็ไปรอเพราะเดี๋ยวจะไม่มีที่ ไปก็ได้ของแถมมาด้วย อิอิ จริงๆเค้าแจกให้เอาไว้เชียร์อะ แต่ไม่อยากแกะห่อเลยเก็บไว้ แล้วไปดูลานเสก็ตแถวๆ Liverpool Street ปากดว่าเป็นลานแบบจะเปิดเฉพาะหน้าหนาวเท่านั้น เออแลวไว้จะมาสมัครนะ อิอิ ไปยากกลับยาก (by bus นะ ขึ้นจนเป็นวันเดย์แล้วไงเลยไม่อยากนั่งใต้ดิน) หลงไปเล็กๆน้อยๆ แบบถ้าเราไม่พกแผนที่ติดตัวนี่ไปไหนไม่ได้เลยว่ะ ก็เอาซะขาลากพอสมควร
กลับหอมาทำอาหารด้วย แบบกินพอได้ (มั้ย!!) ก็แชร์กันทำ ฮาๆดีด้วยว่ะ (จริงๆคือเกือบจะกินไม่ได้อยู่แล้ว) เตาที่หอมันร้อนช้ามากๆๆ แบบคราวหน้าถ้าจะทำก็ต้องรอต่อคนอื่นไม่ก็ เปิดไว้ก่อนทำเลยสักชั่วโมงนึงนู่น (จะเปิดไว้แล้วไปซื้อของก็เกรงจาย... ไม่คนอื่นมาใช้แทนก็ไฟไหม้สักอย่างแหละวะ) กว่าจะได้กินข้าวเย็นกันเลยล่อเข้าไปสองทุ่มเกือบสามทุ่ม (จริงๆมันต้องเรียกมื้อดึกช่ายป่ะ แต่ประมานว่ามื้อเย็นไปหาพิซซ่ากินก็เส็ดไปนานแล้ว ดันเสร่อทำกับข้าวซะงั้น) มื้อนี้เลยมีข้าวกับผัดผักรวม(แต่สองสามอย่าง) แพนเค้ก (ไข่เจียว) และปิดท้ายด้วยเกี๊ยวซ่าหวาน (ขนมอะไรซักอย่างที่ซื้อมาผิดด้วยความหิวนึกว่าเป็นเกี๊ยวซ่าแต่เป็นแป้งห่อครีมปั้นเป็นรูปเหมือนกับเกี๊ยวซ่าเด๊ะๆ) อร่อยนรก... แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี (มั้ย) เอาเหอะคราวหน้าคงอีกนานเลยกว่าจะได้ทำกับข้าวแบบนี้ว่ะ เหอๆ

9 กรกฎาคม 2550 = 9 July 2007: change (2 specific) class
วันแรกที่จัดคลาสใหม่ เหมือนว่าจะอยู่คลาสนี้จนจบเดือนสิงหาเลยว่ะ สอบปลายเดือนสิงหาพอดีไง ส่วนคนใหม่ที่จะมาเพิ่มก็เข้าคลาสที่มีอยู่แล้วไปเลยประมาณนั้น เรียนคร์อสภาษาแบบเจาะด้านแล้ว เค้าถึงแบ่งไง มีอาร์ตกับแนวๆสังคมอย่างละห้อง อีกสี่ห้องเป็นพวกที่เรียนบิสิเนส จารย์ขู่เหมือนกันว่างานเยอะ... แต่เรากลับรู้สึกว่าเราก็ยังสามารถหาเวลาไปแรดได้ โดยเฉพาะเพื่อเสก็ตน้ำแข็งว่ะ เลยคิดว่ารอจนใกล้ๆจบคร์อสภาษาก่อนดีมั้ยแล้วค่อยของรองเท้าเสก็ต แต่สมัครงานที่ Alexandra Palace คงไปก่อนเลยเพราะกันยาเค้าจะแข่งแล้วเผื่อได้งานประมาณว่าไปช่วยเค้าอะไรแบบนี้ ไม่ได้ก็ไว้ตอนตุลาค่อยเอาเลยเพราะเข้าหน้าหนาวแล้วได้เล่นแน่ๆ (แต่จะแบกไปลานไหนและไปยังไงเนี่ยดิ)
และในที่สุดก็ย้ายห้องที่หอแล้ว ดีจายๆ อืมคราวนี้ครีเอทอย่างไรให้น่าอยู่ (และกลายเป็นจ็อบพิเศษประจำหอไปเลย อิอิ) โดยเฉพาะของแถม ของแจก ของฟรี เอามาแต่งห้องยังไงให้ดูไม่เป็นที่เก็บขยะ!!~ จะได้ไม่ต้องกังวลตอนที่จะทิ้งข้าวทิ้งของก่อนเดินทางกลับเมืองไทยไง


โทดทีหายหัวไปหลายวันเลยมาอัพเยอะหน่อย อิอิ

Friday, June 22, 2007

วันแรกที่ Middlesex University

7 มิถุนายน 2550 [7 June 2007] วันแรกที่ Middlesex University และเดินทัวร์กันเอง
ย้อนกลับไปบนเครื่องบินซักหน่อย...
ที่นั่งริมหน้าต่าง ยังแอบคิดอยู่เลยว่าถ้าฝรั่งมานั่ง แล้วกุจะไปฉี่ยังไง?? โชคดีที่เป็นคนไทย แถมไปเรียน U เดียวกันด้วย เลยได้รู้จัก และจับกลุ่มกันทันที 555
เช้าที่สถานีรถไฟใต้ดิน จากสถานี Warren Street (ที่พักระหว่างที่หอของมหาวิทยาลัยยังไม่เปิดให้เข้าไปอยู่) ไป Hendon Central ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใกล้มหาวิทยาลัยที่สุดแล้ว สองสถานีนี้มีทางออกแค่ทางเดียว ไปเกือบสายแน่ะ... ทางมหาลัยต้อนรับดีนะ (คงรู้ว่ากรูโง่ไง เลยต้องมาเร็ว เหอๆๆ) นัดเจอกันที่ห้อง C114 ฟังเค้าพูดแนะนำมหาลัยกะสวัสดิการอะไรแบบนี้อะ เสร็จประมาณบ่ายสองครึ่งได้
บอกจะพาทัวร์แต่ว่าที่นักศึกษาบางส่วนออกไปหมดแล้วแถมคนพาทัวร์ก็ไม่ได้ออกมาด้วย สรุปว่าไปกันเอง เดินไปถ่ายรูปกันไป แบบบ้านนอกเข้ากรุง ทั้งบ้านแปลกๆ (ในสายตาเราอะ) ดอกกุหลาบบานๆ ซึ่งก็บ๊าน บาน ไม่รู้ว่าจะบานไปไหน ใหญ่ด้วย เข้าร้านขายของหาอะไรทาน ก็มีพวกขนมตักด้วย น่ารักดีแต่แอบแพงสำหรับคนไทยอย่างเรา ราคา 69p ต่อ 100g แล้วก็กลับไปขึ้นรถไฟใต้ดินที่ Kingsbury ที่นั่งในรถไฟแปลกดีมันเหมือนรถไฟไปต่างจังหวัด แอบไปยื่นเอ๋อที่ Euston เพราะทางไปสายอื่นเยอะ เดินไม่ถูก คนอังกิดก็น่ารักดีนะ เห็นยืนงงๆ พอบอกสถานที่ เค้าก็จิ้มๆ ให้ดูว่าสายไหนไปไหน (เหมือนจะรู้ว่า ตู ฟัง ไม่ ออก!!) หมดค่าเดินทางไป 3 ปอนด์...

Flying2London,UK

เรียกว่าเป็นครั้งแรกที่เดินทางไกลไปต่างแดนคนเดียว กว่าจะได้ไปก็ทะเลาะกับที่บ้านเหมือนกัน เพราะเป็นคนที่แทบจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แล้วไปเรียนต่อโท!! ก็เรียนมันเน้นอ่านไม่ใช่หรอ?? ไม่มีปัญหานี่ อ่านได้ เขียนได้ ก็แล้วกัน ฟังไม่ได้ก็ให้เขียนเอา พูดไม่ได้ก็เขียนให้เค้าอ่านแทนดิ!!!

บินด้วยสายการบินไทยในยุคที่ไม่ค่อยจะยอมพัฒนาเครื่องให้ทันสมัยเกมือนสายการบินอื่นเท่าไหร่ แต่ก็โชคดีได้เครื่องที่มีจอหน้าที่นั่งบอกรายละเอียดการเดินทาง พอเครื่องออกแล้ว กะว่าจะไม่หลับซะหน่อย แต่เราก็ได้หลับบนเครื่องจนได้ (กระดกไวน์แดงไป 2 แก้ว!!) เล่นปิดไฟให้นอนเลยนี่นา หลับๆ ตื่นๆ จนได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นกลางท้องฟ้า  ถ่ายรูปเล่นแก้เบื่อไปเรื่อยจนถึง London Heathrow Airport

Sunday, September 24, 2006

keEP diFfeRenT,KeeP StrANge... hAa HAa...

I've just seen the skating magazine in Kinokuniya, Emporium branch. It's so expensive for me as I paid 500+ for this while the real price in US is about 7 $.

I was so surprise when I saw equestrian's equipments in Central World (newest and highest shopping complex in Siam area) but their price make me know how good for me that I've decided to skate although I feel equestrian takes longer time than skating for many people 'cause the greatest competition for skater such as Grandprix Worldcup or Olympic are organized for young skater (age 14+) but there aren't skater older than 40-50 in these competitions. In equestrian, I always see almost every age in many big competitions.
However, I'll keep skating as I take this sport for a long time (longer than equestrian too) as this year has been the fifth year for continuous skating since 13 July 2002 but I still love horse & equestrian. In my career, Fashion, I can't leave this as the happiest thing for me and brand owner is a part of every designer's dream, so do I. I'd like to make some difference with keep both of my favourite things in the same time, I'll try to do so.
This pic, I was doing double loop with cheating landing... -->

Monday, March 20, 2006

2 things to do in the same time!!















It was the same as a small box, all a part of thesis from each person in the 3mX3mX2.10m area. Other area (the same size) in this zone looked like educated introduction but my university (and my faculty) different with made this box be a small gallery for get some order from visitors...
I did fashion collection so I could take only 2 pictures on the side of this area but we're going to do like this as thesis exhibition in 2 or may be 3 places soon!!
During one thesis exhibition is happened, it's on early April, I've my second Skate Thailand competition too so I've not only to help my friends do something in thesis exhibition but also practice figureskating...
ps. Now I'm waiting for someone to tell me 'U get a job'. Where's my career... When I'll get it!!
I've just wanted to know how i feel when I get my first salary... T_T

Thursday, March 09, 2006

Thesis Exhitbition & Skate Thailand 2006

I've just have a time to up this web... After my thesis almost cleared, just a thesis report (I don't know what it is called..) then, my university is going to have 4 exhibitions soon.
15 - 19 March in Bangkok Fashion Week like a corner my (our) corner is Thammasat University
1 - 10 April but I'm not sure there is a Grand Opening...
28 April - 7 May @ La Lan Ta Gallery (Silom) but it's look like exhitition for ordering...
7 July Fashion Show @ Central Chidlom (time and runway isn't really specify)

And my private thing to do is SKATE THAILAND 2006 in 8-9 April so I've more thing to do like thesis (thesis's book, add some outfits in my fashionshow and thesis exhibition) IELTS learning for test to take a MA @ some university or collage in UK and figure skating competition...

About my skate competition...
I've just get better in half of my free program as I do my own short program I've not really practiced yet... I want choreographer but no one dare to do as he/she never skate... I think it's not necessary to skate I want only some of movement especially my top's posture which is never good-looking (I think)... Now I've not much time to practicing my competition program but I'm sure I'll get better than last year which I did all of my short and long program... ('cause this year I get better coach.. hee hee hee)

Nothing is more important than I get a job...!! I want to know how otherone feel when they get the first salary... don't forget to wish me to take a job too....

Monday, February 06, 2006

FSAT test day

(4 Feb) I tested 2 levels in 3 & 4 but I've not passed them all... I know my mind wasn't stay here ,for this test ,but it was in my thesis...I'm very worry with my thesis and I don't want to compete 'till I'm sure I passed my thesis and take all of 4 our fashion shows then got the BA certificate...

(5 Feb) I jumped axel 11 times then I got really landing for 5 times but yesterday I couldn't do that all...!!

Thursday, December 29, 2005

Happy New Year

New year is coming.. I've not got any double yet!! but just a few landing axel jumps and more speed up... I get a chance to go to UK for English learning and working but I don't know I can go there!! and I'm afraid I can't improve my English!! I've some fun, can I take my skate boots go there for keep my skating as I'm doing double jumps!! Maybe I must check the rinks and entry fees or short time member!! I think there aren't like that... ha ha ha.. I'm not serious but I wanna get a time to try skating on the other oversea's ice rinks...
Should I write my skating skill in my CV or not and what part should it be?
I wanna go although it takes 10 weeks but I think if this I can't live there, when I go there for postgraduate, how I can take my Master's Degree?? So this is my tryout to live and learning there before I really go to take a year for my postgraduate.. 1 year in oversea where's different from home without some experience it may be a hell...

Saturday, November 19, 2005

STH's always happend with me!!


I did them.. Now I'm not fine when I do this!! Not only vomit but also backache too!! I don't be like this when I skate (with hard practice). I think I've sat for a long time so I'll be like this but for the skate I don't sit like that except I get a hard fall.
I can do axel!! just take off and rotation not perfect landing!! Why Can't I do double loop like I skated @ Imperial Lardprao?? ice surface?? I've done it and I want to do again!! T-T New Year's coming!! I've not done any perfect double jump yet!! I don't like ice surface's competition 'cause it's very slipery as I'm always skate on the rough ice...
แปลกอย่างนึงว่าเสก็ตเป็นอะไรที่เราไม่ค่อยท้อ ไม่ค่อยเบื่อแบบจริงๆจังๆ แต่กับสายแฟชั่นทำไมถึงได้ท้อซะบ่อย เบื่อก็ง่าย แต่ก็พอๆกับที่ว่างานยุ่งๆแต่ขาก็พาไปลานน่ะแหละ อันนี้ต่างตรงที่.. เบื่อ.. ท้อ.. แต่สมองก็สั่งให้เราทำงาน(ที่ต้องส่ง) สั่งให้คิดแบบไปเรื่อยๆไม่เว้นแม้แต่ตอนนอน (กะจะพักสมองนีไม่ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย!!) เสก็ต วันไหนเบื่อก็ไม่ต้องไป อยู่บ้านทำนู่นทำนี่ไปเรื่อยๆ บางทีก็ลุกขึ้นมาวอร์มซะอย่างนั้น จนเจ็บเท้าน่ะแหละ (แต่วอร์มไปตามอารมณ์เลยทำได้ไม่จริงซะที) แต่งานนนนน น่ะ งานนน มันก็คืองาน คืออะไรที่เราต้องทำมั้ง สมองเลยสั่งให้ทำถึงจะเบื่อรึท้อแค่ไหนก็ตาม.. อืมมม.. แต่เวลาทำงานเบื่อๆเราก็ลุกมายืดตัว มาวอร์ม(บางทีก็เผลอเล่นหนักไปเลย) รึบางทีก็ทำชุดไป วอร์มไปด้วย(ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำได้ไง) ดีอย่างตรงที่มันคลายเครียดได้ระดับนึง แต่ถ้าให้หายเลยเนี่ยคงต้องเอาก้นไปกระแทกพื้นน้ำแข็งแรงๆสักทีมั้ง (แล้วก็เจ็บไปอีกเกือบเดือนเลย นั่งมะไหร่ลุกไม่ได้ง่ายๆทันที ยกเว้น.. ลงไปลุยต่อ.. เลยเจ็บกว่าเดิม แต่สนุกดี ชอบ..) แก้เครียดแบบซาดิสม์ไปเล็กน้อยเอง ทีเอาหัวพุ่งลงเอา พุ่งลงเอา จากหลังม้ายังทำมาแล้วเลย กะอีแค่นี้ ไม่เจ็บขนาดนั้นหรอก เหอๆๆ ก็ยังดีกว่าไปหาที่ลงกะคนล่ะ
ก็แหม!! เจ็บกายน่ะ ไม่นานก็หายแล้วล่ะ แต่เจ็บใจยังไงก็ยังฝังอยู่น่ะแหละ แล้วเราก็ดันเป็นคนลืมยากด้วยสิ

Thursday, November 17, 2005

Friday, November 11, 2005

รองเท้าคู่ใจค่ะ ขาดดด..ม่ายยย..ด้ายยย..

รองเท้าข้อยนี่ล่ะ สภาพแบบนี้ไม่เท่าของจริงหรอกนะ เพราะของจริงน่ะ "เยิน" กว่านี้เยอะ

รูเชือกก็เริ่มยืดดดแล้ว เบลดก็หลวม(ซึ่งอันตรายมากกก) เพิ่งเอาไปซ่อม แต่ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่ามันจะสามารถใช้งานได้แบบปู้ยี่ปู้ยำเหมือนเดิม คาดว่าน่าจะใช้การได้ถ้าทนๆเลยก็อีกปีนึงแต่ควรจะหาคู่ใหม่มาใส่คู่ไปด้วยได้แล้ว เพราะรองเท้าสเก็ตไม่ใช่แบบ 199 บาทที่ใส่แล้วไม่สบายเท้าก็โยนทิ้งได้ อันนี้เป็นเรื่องปกติของคนเล่นสเก็ตคือจะเจ็บแบบทรมานมากๆเวลาใส่คู่ใหม่ เนื่องจากมันยังไม่เข้ากับเท้าเรา ต่อให้ขนาดเท้าเท่ากันก็ใส่ด้วยกันไม่ได้ ด้านในมันจะปรับเข้ากับเท้าของคนที่ใส่ คนเรารูปเท้าเหมือนกันซะที่ไหน อย่าว่าแต่คนอื่นเลย เราเคยลองเอาแผ่นรองเท้าที่ใช้ใส่รองเท้าทั่วไปมาใส่นะ แน่นรองเท้าจนเจ็บเลยทั้งๆที่มันหนาแค่ไม่กี่มิล ถ้าจะใช้ก็ต้องใช้ตั้งแต่แรกแล้ว เช็คราคามาแต่เป็นอีกยี่ห้อนึง เราว่าจะลองใช้ดูน่ะ 14000 กับ 20000 ไม่มีเหล็กใบมีดใต้รองเท้านะ อันนั้นต้องซื้อแยกกัน อูยยย~~ จนเรยยย แต่นี่ก็จัดได้ว่าใช้ได้นานอยู่นะจริงๆก็พอเล่นได้ คือ.. เราก็เล่นแรงเกินไปนี้ดดดด้วยล่ะ เวลาจะเปลี่ยนเค้าจะเปลี่ยนแบบสลับใส่ก่อน ค่อยๆใส่คู่ใหม่บ่อยขึ้นๆจนชินกับคู่ใหม่ ง่ายๆคือให้มันคุ้นกับเท้าเราจะได้เลิกกัดซะที เออ แต่ทำไมของเราคู่เนี้ยมันถึงกัดไม่เลิกวะ เนี่ยจะพังอยู่รอมร่อยังจะงับอีก ต้องใช้ซิลิโคนแผ่นๆใส่กันด้วยไม่งั้นเล่นไม่ออกเลยจริงๆ
มีวันนึงหิ้วกลับบ้านมาตากลม(แล้วมันก็หดมาหนีบเท้ากรูตามเคย มันแห้ง..เกินไง) แม่ถามเลย ทำไมมันถึงเยินได้เละเทะขนาดนั้น อืม.. อ๋อ ก็ซื้อมาใส่ซ้อม(เล่น)น่ะ ไม่ได้เอาไว้ขึ้นหิ้ง 555 ยังคิดอยู่ว่าจะเก็บไว้ไหนดีถ้าเลิกใส่แล้ว ไม่อยากทิ้ง คู่แรกเชียวน๊า (กว่าจะขอให้แม่ซื้อให้ได้--เพราะความหมกมุ่นจนเกินเหตุไง-ไม่งั้นจะลงแข่งเหรอ) ใส่ตั้งแต่ยังไม่ได้สอบขึ้นฟรีฯ1ของ ISI เลย จนใช้แข่งไปสองรายการใหญ่แล้ว รวมๆเกือบสองปีได้ แต่กรูคงไม่บ้ามานั่งนับว่าใส่ไปกี่ครั้งอะนะ ที่แน่ๆเกือบสองปีอย่างน้อยก็ใส่มามากกว่าร้อยห้าสิบครั้งแน่นอน เฮ้ยอันนี้ไม่นับที่ถอดแล้วไปเดินเล่นตอนพักเคลียร์ลานนะ (ไปบ่อยแค่ไหนคิดดู) ไม่รักคู่นี้ได้อย่างไร... ถึงจะใส่แล้วเจ็บไม่หายแต่มันก็ทำให้เรากล้าเล่นแรงๆแบบไม่ต้องกลัวรองเท้าจะไม่สวยยย จน(เล่น)ได้ถึงขนาดนี้ซึ่งเหลือท่าพื้นฐาน(ตามที่กรูคิดไว้เอง)อีกไม่กี่ท่าก็ครบแล้ว แน่นอกค่ะว่าเก็บไว้ เก็บไว้แน่ๆ (ถ้าไม่โดนมือดีๆมาจิ๊กไปเพราะความหลงผิดนะ--ลืมดมดูก่อนหยิบไปไง555)