Showing posts with label WARNING. Show all posts
Showing posts with label WARNING. Show all posts

Sunday, October 12, 2014

8 จุดตาย ต้องตวจสอบ ก่อนเซ็นรับบ้านหรือคอนโด

เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ให้มือใหม่ในการซื้อบ้านและคอนโดไว้เป็นคู่มือตรวจสอบก่อนตรวจรับ

  1. ระบบไฟฟ้า ต้องเปิดปิดไฟทุกดวง เอาที่ชาร์ตแบตมือถือไปลองเสียบทุกปลั๊กว่า ไฟวิ่งดีมีไฟทุกปลั๊กใช่หรือไม่ 
  2. สีทาบ้าน ต้องตรวจดูอย่างละเอียดว่าเรียบเสมอ ไม่นูนหนาหรือหลุดลอกในจุดใดจุดหนึ่ง 
  3. หลังคาบ้าน อันนี้ตรวจยากมาก แต่ถ้าไม่ตรวจก็เป็นปัญหาที่ใหญ่มาก คือน้ำรั่วหรือไม่ ทางที่จะตรวจสอบได้คือต้องฉีดน้ำขึ้นหลังคาไปเลยครับ อาจจะดูเรื่องมากนิดๆ แต่ก็ดีกว่าอยู่บ้านน้ำรั่วแน่นอน 
  4. ระบบน้ำ ต้องเปิดน้ำเช็คดูแรงดันน้ำในทุกก็อก ทุกฝักบัว และกดน้ำทุกชัดโครกหลายๆ ครั้งดูเรื่องการอุดตัน อีกทั้งพื้นห้องน้ำที่ต้องดูว่าน้ำไหลลงท่อเรียบร้อย ไม่ค้างเติ่งเป็นแอ่งกระทะในส่วนอาบน้ำเด็ดขาด 
  5. ประตูหน้าต่าง ตรวจดูเรื่องความฝืด การลงกลอน บานพับ ให้แน่ใจว่าราบรื่นไม่ไม่ปัญหาล็อคไม่ลงรู้เด็ดขาด 
  6. มิเตอร์น้ำไฟ อันนี้สำคัญ ต้องตรวจดูว่าเมื่อเปิดน้ำเปิดไฟ มิเตอร์ต้องทำงาน และเมื่อปิดมิเตอร์ต้องหยุด 
  7. พื้น ผนังและฟ้าเพดาน ในส่วนนี้ดูเรื่องความเรียบ ไม่นูนสูง นูนต่ำ หรือห้อยย้อย จนเป็นงานศิลปะเด็ดขาด  
  8. สุขภัณฑ์และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ตรวจดูความสมบูรณ์ของชิ้นส่วนต่างๆ ไม่บิ่น ไม่หัก ชำรุด เปิดปิดราบรื่น ไม่ติดขัด หรือแตกลายงา ให้ขูดหาเลขงวดต่อไป ตรวจสอบได้หมดเท่านี้ ก็น่าจะอุ่นใจได้เป็นส่วนใหญ่ ว่าบ้านใหม่เราเรียบร้อยดีมีความสุขนะครับ
ที่มา : bangkokcitismart

Wednesday, February 22, 2012

แกงค์ชิงรถ

จาก Forward Mail  เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555

ระมัดระวัง!
สำหรับท่านที่ขับรถ หากมีข้อผิดสังเกต หรือมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น อย่าพึ่งลงจากรถ กรุณาใช้สติใคร่ครวญให้รอบคอบ เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นข้อเตือนใจให้ระมัดระวังความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองและเมื่อท่านอ่านจบแล้ว ขอให้ช่วยบอกต่อให้กับเพื่อนและคนที่คุณรักด้วย

เมื่อวานได้ฟังเพื่อนเล่าว่าจอดรถไว้ที่วัดโพธิ์และไปเดินดูของที่ตลาดนัดสะพานพุทธ ขากลับมาที่รถประมาณ 2 ทุ่ม ตอนออกรถมีผู้ชายมายืนขวางหน้า เพื่อนเห็นว่ามีคนเดียวและตัวเองก็เป็นผู้ชายจึงเปิดกระจกถามไปว่ามีอะไร เท่านั้นแหละมีผู้ชาย 3-4 คนมาจากไหนไม่รู้ลากตัวเขาออกมาซ้อมด้านหลังรถ
แล้วขับรถพาไปด้วยไปชานเมือง ลากตัวลงมาซ้อมต่อ คนหนึ่งบอกให้ยิงทิ้ง อีกคนบอกว่าแทงให้ตาย สุดท้ายคนหนึ่งบอกว่ามันพูดดีปล่อยมันก่อนไปพวกมันถอดเสื้อผ้าออกหมด เอาเสื้อมัดแขนไว้และขับรถพร้อมทรัพย์สินทั้งหมดไปโชคดีที่ไม่ตาย

ใครที่พบเหตุการณ์อย่างนี้แนะนำว่าอย่าเปิดกระจกรถ เพราะคนร้ายที่แอบอยู่สามารถดันกระจกลง และปลดล็อคประตูได้ ทางที่ดีใช้แตรกด...ดังๆ ให้เป็นจุดสนใจ จำได้ว่าเร็วๆ นี้มีข่าวคนมาจากต่างจังหวัดไปถามทางคนที่อยู่แถวท่าเตียน ก็ถูกซ้อมและปล้นลักษณะคล้ายกัน

โปรดระวังภัยนี้ส่วนใหญ่จะโดนกับผู้หญิงที่ขับรถปิ๊กอัพคนเดียว คุณพ่อเค้าเคยได้ยินมาว่าพวกผู้ร้ายมีการชิงรถแบบใหม่ โดยเฉพาะรถกระบะใหม่ๆที่ไม่มีหลังคาท้ายกระบะ ซึ่งคนร้ายจะสามารถโยนสิ่งของใส่ท้ายรถได้ ถ้าเป็นรถเก๋งก็มักจะทิ้งของบางอย่างไว้ข้างๆรถ โดยต้องเป็นที่สังเกตได้ง่ายของเรา

หลังจากที่คุณพ่อเตือนได้ไม่กี่วัน คุณพ่อก็กลับมาเล่าให้ฟังว่ารุ่นน้องที่บริษัทเพิ่งไปโดนมา แต่โชคดีที่คุณพ่อเคยเตือนไว้ก่อนจึงรอดไปได้อย่างหวุดหวิด เค้าไปจอดรถกระบะไว้ข้างถนน แล้วลงไปทำธุระ พอกลับมาที่รถก็เห็นมีรถเก๋งจอดต่อท้ายอยู่เค้าก็ไม่ได้สนใจ แต่ก่อนที่เค้าจะขึ้นรถก็เห็นว่าท้ายรถมีซองสีน้ำตาลคล้ายซองเอกสารแต่มีลักษณะบวม พอง เค้าเห็นดังนั้นก็คิดถึงคำเตือนได้จึงหยิบซองกระดาษทิ้งพงหญ้าข้างถนนแล้วรีบขึ้นรถทันที แล้วเค้าก็เห็นว่ารถคันหลังที่เหมือนจอดสนิทก็ออกรถไปทันทีเช่นกัน เค้ารู้ได้ทันทีว่าเป็นแกงค์ชิงรถแน่ๆ

แกงค์พวกนี้จะใส่ยาหรือสารที่ทำให้เรามึนงง ไว้ในรถบ้าง ข้างรถบ้างที่เราเห็นชัดเจน (ตามปกติคนเรามักจะสงสัยและหยิบมาเปิดดู) แล้วก็จอดรถซุ่มดูอยู่ใกล้ๆ เมื่อเหยื่อหลงกลเปิดดูหรือจับโดนสาร ก็จะชิงรถและของมีค่าไป

ฝากเตือนเพื่อนๆ ทุกคนโดยเฉพาะผู้หญิงที่ขับรถคนเดียว

Monday, February 20, 2012

เตือนภัย :: กระเป๋าเดินทางและยาเสพติดในสนามบิน

จาก Forward Mail เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2554

คำเตือน"ร้ายแรง"...เกี่ยวกับกระเป๋าเดินทางและยาเสพติดในสนามบิน--เรื่องจริงร้ายแรงถึงตายได้

ระหว่างทานอาหารกลางวัน  ผมได้ยินเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงซึ่งเคยอยู่ในหน่วยปราบปรามยาเสพติดคุยกัน เขากล่าวว่าเดี๋ยวนี้มันทำกันแบบนี้

1) แอบใส่ยาเสพติดลงในกระเป๋าเดินทางของท่านที่สายพานกระเป๋าเดินทางโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระเป๋าเดินทางนุ่มที่ด้านภายนอกมีหลายกระเป๋า และรอให้คุณผ่านด่านศุลกากรได้แล้ว  จึงมาเอาของจากคุณข้างนอกผู้โดยสารหลายคนที่ไม่รู้เรื่อง ถูกจับกุมด้วยวิธีนี้
ป้องกัน : ใช้กระเป๋าเดินทางอย่างแข็งโดยไม่มีกระเป๋าเล็กด้านนอก

2) บางครั้งจะมีหญิงชราที่จะแกล้งทำเป็นไม่สามารถหิ้วกระเป๋าเองได้ และขอให้ท่านช่วยหิ้วผ่านด่านศุลกากรให้หน่อย
ป้องกัน : ไม่ช่วยคนหิ้วกระเป๋าเดินทางออก
      
เขากล่าวว่าพฤติกรรมเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดในประเทศจีน,อินเดีย,Sydney,และสนามบินอื่น ๆ   คนไทยหลายคนอยู่ในคุกจำนวนมากในประเทศจีนและต่างประเทศ และหลายคนที่ถูกจับในประเทศจีน ถูกประหารชีวิต!

โปรดระวังให้มาก!

ระวังยารักษาสิว ทำให้สมองตีบ

จาก Forward Mail เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2554
สิว,ใครเป็นสิว..อ่านตรงนี้ โดย...ผีเสื้อขาว

ด่วน!!! เราเป็นพยาบาล... มีคนรู้จักโทรศัพท์มาปรึกษาเราว่า...หมอจะผ่าตัดเอากระโหลกศีรษะน้องสาวออกควรทำอย่างไรดี ?
...เรื่องมีอยู่ว่าน้องสาวของเขาอายุยังไม่ถึงสามสิบปี ขณะนี้นอนอยู่ห้องไอซียู (I C U) ด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตีบ อาการสมองบวม โดยศัลยแพทย์ด้านศัลยกรรมประสาทและสมอง บอกว่าต้องผ่าตัดเอากะโหลกศีรษะออกบางส่วนเพื่อลดแรงดันในสมองเนื่องจากได้ให้ยาลดอาการสมองบวมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
เขาเล่าให้ฟังว่า น้องสาวยังโสด ไปรักษาสิวเป็นประจำ ต่อมาได้รับยาคุมกำเนิดเพื่อรักษาสิว ตัวเขาคิดว่าน่าจะเกิดจากยาคุมกำเนิดนี้ที่ทำให้เส้นเลือดในสมองของน้องตีบ    เราจึงหาโอกาสพูดคุยกับแพทย์ 2 - 3 ท่าน  2 ใน 3 เป็นศัลยแพทย์ด้านศัลยกรรมระบบประสาทและสมอง ได้รับความรู้ว่ายาคุมกำเนิด  ยารักษาสิว ที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเอสโตรเจน (ESTROGEN) มีผลข้างเคียงทำให้เส้นเลือดดำ (VEIN) ในสมองตีบได้  แพทย์ทั้งสองท่านก็เคยผ่าตัดให้กับคนป่วยด้วยสาเหตุดังกล่าวมาแล้วหลายราย  คุณหมอบอกว่าผลการรักษาก็ไม่ดีนัก คือ หากไม่เสียชีวิต ก็พิการ เราฟังแล้ว โอ้โห...คนป่วย คนเป็นสิวจะรู้มั้ยเนี่ย..
เราจึงตัดสินใจเผยแพร่เพื่อ..ให้ทุกๆท่านได้รู้ว่า...ต้องระวังและรอบคอบหน่อยนะคะทั้งคนรักษาและคนเป็นสิว

***ช่วยส่งต่อหรือบอกให้เพื่อนๆได้รับทราบด้วยนะคะ...เก็บเสบียงไว้เป็นบุญ***

รถเกียร์ออโต้ ระวังกล่องสัญญาณกันขโมยทับก้านคันเร่ง

ทุกท่านที่ขับรถเกียร์ออโต้ และติดสัญญาณกันขโมย **ต้องอ่าน**
จาก Forward Mail เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2554

ช่วยบอกต่อกับคนที่เรารักเพื่อความปลอดภัยและมีสติ...

เวลาประมาณ 11.00 น. เป็นวันที่ผมมิอาจลืมได้ ในชีวิตนี้ ผมได้ขับรถขึ้นทางด่วนพิเศษจากถนนจันทน์ มุ่งหน้าไปถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อที่จะไปทำบุญบริจาคสิ่งของ ที่บ้านเด็กอ่อนพญาไท ติด ถ.แจ้งวัฒนะ- ปากเกร็ด ขณะขับรถไปได้ประมาณ 20 นาที และมองไปที่คันเร่ง เห็นหน้าจอ ที่ 140 กม.ผมก็ได้ถอนคันเร่งและแตะเบรก 2 ครั้งเพื่อลดความเร็ว  แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมได้ลองใหม่อีก 3 ครั้ง คราวนี้กระชากเบรกมือด้วยอีก 2 ครั้ง เบรกเท้าอีกก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ลองเกียร์ว่าง 1 ครั้ง ความเร็วอยู่ที่ 130 กม/ชม. ผมได้พยายามกดโทรศัพท์ไปหาเพื่อนสนิทที่นัดแนะไปทำบุญด้วยกัน เพื่อนแนะให้ลดเกียร์ จาก D เป็น 2 และ L ความเร็วลดจาก 130/ ชม. เป็น 120- 110 ซึ่งลดลงได้เพียงเท่านี้ ความพยายามในการชะลอรถมากกว่า 10 นาที และลองเกียร์ว่าง 1 ครั้ง ไม่มีผลเลย ผมคิดว่าคงอาจจบชีวิตบนการทางพิเศษแล้ว

เพื่อนได้แนะอีกครั้ง และสมาธิเริ่มรวบรวมความพยายามประมาณครั้งที่ 7 โยกเกียร์มาที่ช่อง N เป็นเกียร์ว่างแล้วดับเครื่อง คราวนี้รถได้ชะลอความเร็วลงมาก ผมได้ประคองขับรถต่อไปอีกประมาณ 5 กม.. กว่ารถจะหยุดได้ ซึ่งผมก็สามารถหยุดชิดขอบทางได้ เหมือนรอดตายพ้นนรก ผมรีบโทรบอกที่บ้านเพราะตอนแรกนึกว่าคงไม่ได้โทรสั่งเสียหรือสั่งลา ผมได้เดินอีกประมาณ 100 เมตรไปบอกเจ้าหน้าที่เก็บเงินที่ ด่านเก็บเงินใกล้แจ้งวัฒนะเพื่อขอความช่วยเหลือ รอประมาณ 10 นาที ก็มาช่วย ผลปรากฏว่าสาเหตุที่คันเร่งค้าง เพราะกล่องสัญญาณกันขโมยซึ่งหนักประมาณเกือบครึ่งกิโลไปทับอยู่ที่ก้านของคันเร่งและเกิดการล็อคขึ้น

ได้สอบถามกับอู่รถแล้วอู่แจ้งว่า มีโอกาสเป็นไปได้ที่คันเร่งค้างจากสาเหตุดังกล่าว เนื่องจากกล่องสัญญาณกันขโมยจะติดตั้งอยู่เหนือคันเร่งติดตัวถังรถสิ่งที่ควรกระทำคือ ตั้งสติแล้วโยกเกียร์มาที่ช่อง N เป็นเกียร์ว่าง จากนั้นปิดสวิทช์กุญแจดับเครื่องยนต์และเปิดไฟฉุกเฉิน รถก็ยังวิ่งอยู่แล้วค่อย ๆ เหยียบเบรคเป็นระยะ ๆ ความเร็วรถจะค่อยลดลง จนสามารถจอดรถได้ การปิดสวิทช์กูญแจรถยนต์ดับเครื่องเลยในขณะที่เกียร์รถไม่อยู่ที่ N รถก็ยังวิ่งอยู่เครื่องยนต์และระบบเกียร์จะเสียหายมากกว่าที่อยู่ช่อง N ครับ

ขอเพิ่มเติมให้อีกหน่อยครับ ถ้าวิธีนี้ใช้ได้จริง
ดับเครื่องเฉย ๆ นะครับ อย่าดึงกุญแจออกจากรูกุญแจ เดี๋ยวพวงมาลัยล็อคจะยิ่งแย่เข้าไปอีก เพราะถ้าดับเครื่องโดยที่กุญแจยังเสียบอยู่ เรายังบังคับเลี้ยวได้ พวงมาลัยจะไม่ล็อค เราจะเปลี่ยนเลนเพื่อหลบรถคันหน้าได้

Thursday, December 30, 2010

จะทำอย่างไรเมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถอยู่

มีประโยชน์มาก และช่วยกันส่งต่อด้วยนะ ขับรถให้ปลอดภัย

กรณีที่ 1 เมื่อยางรถระเบิดขณะขับรถยางระเบิดในขณะขับรถ มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้
1. มือทั้งสองต้องจับอยู่ที่พวงมาลัยอย่างมั่นคง
2. ถอนคันเร่งออก
3. ควบคุมสติให้ดีอย่าตกใจมองกระจกหลังเพื่อให้ทราบว่ามีรถใดตามมาบ้าง
4. แตะเบรกอย่างแผ่วเบาและถี่ๆ อย่าแตะแรงเป็นอันขาด เพราะว่า จะทำให้รถหมุน
5. ห้ามเหยียบคลัตช์โดยเด็ดขาดเพราะถ้าเหยียบคลัตช์รถจะไม่เกาะถนนรถจะลอยตัวและจะทำให้บังคับรถได้ยากยิ่งขึ้น อาจเสียหลักเพราะการเหยียบคลัตช์เป็นการตัดแรงบิดของเครื่องยนต์ ให้ขาดจากเพลา
6. ห้ามดึงเบรกมืออย่างเด็ดขาด จะทำให้รถหมุน
7. เมื่อความเร็วรถลดลงพอประมาณแล้วให้ยกเลี้ยวสัญญาณเข้าข้างทางซ้ายมือ
8. เมื่อความเร็วลดลงระดับควบคุมได้ ให้เปลี่ยนเกียร์ต่ำลงและหยุดรถ

ข้อสังเกตเมื่อยางระเบิดคือ ไม่ว่ายางด้านใดจะระเบิดล้อหน้า หรือล้อหลังก็ตาม เมื่อระเบิดด้านซ้าย รถก็จะแฉลบไปด้านซ้ายก่อน แล้วก็จะสะบัดกลับ และสะบัดไปด้านซ้ายอีกที สลับกันไปมา และในทำนอง ตรงกันข้ามหากระเบิดด้านขวาอาการก็จะกลับเป็นตรงกันข้าม

อุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นส่วนมากก็คือ หากขณะยางระเบิดรถวิ่งอยู่ที่ความเร็วสูงมากๆ พอยางระเบิดขึ้นมารถก็จะกลิ้งทันที ทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นการขับรถที่ใช้ความเร็วสูงๆ จึงมักจะแก้ไขอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้
เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น ในขณะขับรถ จึงไม่ควรขับรถเร็ว (ความเร็วทีถือว่าปลอดภัยใน DEFENSIVE DRIVING คือ ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง)



กรณีที่ 2 เมื่อรถตกน้ำ
ในกรณีที่รถเกิดอุบัติเหตุแล้วตกลงไปในแม่น้ำ ลำคลองใดๆ ก็ตาม รถจะไม่ตกลงไปใน น้ำแล้วจมทันที เหมือนหินตกน้ำ แต่จะค่อยๆ จมลงทีละน้อยๆ จนกว่าจะถึงพื้นล่างและในนาทีวิกฤตนี้ ควรตั้งสติให้ดี และปฏิบัติดังต่อไปนี้
1. ปลด SAFETY BELT ออกทุกๆคน รวมทั้งผู้โดยสารด้วย
2. อย่าออกแรงใดๆ เพื่อสงวนการใช้อากาศหายใจซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนจำกัด
3. ให้ยกส่วนศีรษะให้สูงเหนือระดับน้ำ ที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นในรถ
4. ปลดล็อกประตูรถทุกบาน
5. หมุนกระจกให้น้ำไหลเข้าในรถเพื่อปรับความดันในรถและนอกรถให้เท่ากัน มิฉะนั้นท่านจะเปิดประตูรถไม่ออก เพราะน้ำจากภายนอกตัวรถจะดันประตูไว้
6. เมื่อความดันใกล้เคียงกันแล้วให้ผลักบาน ประตูออกให้กว้างสุด แล้วท่านก็ออกจากห้องโดยสารของรถได้
7. จากนั้นท่านอาจจะปล่อยตัวให้ลอยขึ้นเหนือน้ำตามธรรมชาติ หรือจะว่ายน้ำขึ้นมาก็ได้

ในกรณีนี้หากน้ำลึกมากๆ อาจจะมองไม่เห็นว่าทิศใดเหนือน้ำ ทิศใดใต้น้ำเพราะว่า มืดไปหมด ไม่ควรใช้วิธีว่ายน้ำ เพราะอาจจะว่ายไปในทิศทางที่ไม่ขึ้นเหนือน้ำ กรณีเช่นนี้ควรปล่อยตัวให้ลอยขึ้นตามธรรมชาติ หรือลองเป่าปากดูว่าฟองอากาศลอยไปในทิศทางใด ให้ว่ายน้ำไปในทิศทางที่ฟองอากาศลอยไป ก็จะไม่มีอาการหลงน้ำ นอกจากนั้นก่อนออกจากรถหากท่านมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กๆ อาจจะหนีบเด็กๆ นั้นออกมากับท่านได้อีกหนึ่งคน ดังนั้นหากท่านปฏิบัติตามวิธีการเหล่านี้ ก็จะช่วยให้ชีวิตของท่านปลอดภัยได้ในยามคับขัน

อยากให้ทุกคนส่งต่อไปให้เพื่อนๆ และคนรู้จักให้มากๆเลยนะ เป็นการช่วยเหลือกันหากเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ขึ้นมา การมีความรู้ในขั้นตอนในการควบคุมยานยนต์ และการปฏิบัติตนในขณะเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ สามารถช่วยลดอัตราการตายและการบาดเจ็บได้แน่นอน ถ้าจะให้ดี print เก็บไว้ในรถของทุกคนเลยก็ดีนะจะได้เอาไว้อ่านทบทวนกันได้ ขอให้ทุกคน ขับรถอย่างปลอดภัย ไม่เกิดอุบัติเหตุใดๆ

Monday, December 13, 2010

ภัยจากมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ Phone scams

>>> เมล์ฉบับนี้ Forward มาจากผู้เสียหายรายหนึ่ง <<<
มีพนักงานโทรหาผู้เสียหายรายหนึ่ง อ้างว่าเป็นพนักงานบริษััทโทรศัพท์แห่งหนึ่ง ให้ผู้เสียหายทำการปิดโทรศัพท์มือถือประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อที่จะทำการ update ข้อมูล ผู้เสียหายไม่ทันรอบคอบและสอบถามให้แน่ชัด จึงได้ทำการปิดโทรศัพท์มือถือ จากนั้นเป็นเวลาเกือบ 45 นาที ผู้เสียหายนึกแปลกใจว่าพนักงานคนดังกล่าว ไม่ได้แจ้งชื่อและรายละเอียดใดๆที่ชัดเจน จึงตัดสินใจเปิดเครื่อง เขาพบว่ามีคนในครอบครัวและคนอื่นๆโทรหาเขาหลายสาย เขาจึงรีบโทรหาพ่อกับแม่ และเขาก็ต้องตกใจที่พ่อแม่ถามเขาว่าปลอดภัยดีหรือไม่ พ่อแม่ของผู้เสียหายเล่าว่ามีคนโทรศัพท์มาหา และต้องการให้พวกเขาโอนเงินเพื่อช่วยลูกเขาที่กำลังตกอยู่ในอันตราย พวกเขาได้ยินเสียงผู้เสียหายร้องขอความช่วยเหลือ และพ่อแม่ของผู้เสียหายรายนี้กำลังรอโทรศัพท์ เพื่อที่จะโอนเงินให้กลุ่มมิจฉาชีพรายนี้ แต่ผู้เสียหายได้โทรหาพ่อกับแม่ได้ทันเวลา

อย่างไรก็ตามผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว และอยากให้เพื่อนๆทุกคนให้สอบถามรายละเอียดให้รอบคอบ ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไร รวมทั้งระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้ เพราะหากพลาดพลั้งหลงกลไปแล้ว ก็ยากที่จะได้เงินส่วนนั้นกลับคืนมา

โปรดช่วยกัน Forward mail นี้เพื่อเตือนเพื่อนๆที่รักของเรา เพราะไม่แน่วันข้างหน้าเราอาจจะประสบเรื่องแบบนี้ กับเพื่อนๆหรือตัวเราก็เป็นได้...

Tuesday, November 23, 2010

หากเจอลิฟต์ร่วงต้องทำอย่างไร

ขอให้อ่านและจำไว้ สิ่งที่จะต้องทำเมื่อคุณติดอยู่ในลิฟต์
เราไม่รู้ว่าเมื่อไรและที่ไหนที่อุบัติเหตุจะเกิดขึ้นกับเราหรือผู้คนรอบข้าง ขอให้อ่านและหวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยพวกเราได้เมื่อเกิดอะไรขึ้น สำหรับพวกเรา เพื่อน และบุคคลที่เรารัก
วันหนึ่ง ขณะที่อยู่ในลิฟต์ มันก็หยุดกระทันหันและร่วงลงจากชั้น 13 ด้วยความเร็วสูง โชคดีที่ผมจำได้จากทีวีที่สอนว่า คุณจะต้องกดทุกปุ่มสำหรับทุกชั้นอย่างรวดเร็ว ท้ายที่สุด ลิฟต์หยุดที่ชั้น 5 ขณะที่คุณกำลังเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย การตัดสินใจหรือการกระทำอะไรจะตัดสินความอยู่รอดของคุณ ถ้าคุณอยู่ในสถานะลิฟต์ตก สิ่งแรกในใจมักจะเป็น รอความตาย แต่หลังจากที่ได้อ่านข้อความล่างแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนไปเมื่อคุณติดอยู่ในลิฟต์

สิ่งแรก – ให้กดปุ่มให้ลิฟต์จอดทุกชั้นอย่างเร็วที่สุด
สอง – จับที่จับให้แน่น หากว่ามี
สาม – พิงหลังและศีรษะเข้ากับผนังให้เป็นเส้นตรง
สี่ – งอเข่า เหตุผลก็คือ เมื่อลิฟต์ตก คุณจะไม่รู้ว่าเมื่อไรที่มันจะกระแทกกับพื้น และอาจ จะส่งผลให้กระดูกทั่วร่างแตกละเอียด

จุดแรก - เมื่อไฟฟ้าสำรองทำงาน มันจะหยุดลิฟต์จากการร่วงลงมา
จุดที่สอง - มันจะช่วยรองรับตำแหน่งและป้องกันคุณจากการหล่นและการบาดเจ็บถ้าคุณเสียสมดุล
จุดที่สาม - การพิงผนังจะทำให้มันช่วยป้องกันหลังและกระดูกคุณ
จุดที่สี่ - เส้นเอ็นจะเป็นจุดเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่น มันสามารถยืดกระดูกเข้าด้วยกันเป็นกิจกรรมต่างๆ แต่จะ จำกัดบางสิ่งเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ ดังนั้น ผลกระทบจากกระดูกแตกจะลดลงจากการกระแทกของการร่วงหล่น


When You are trapped in a lift…
MUST read and remember!!!! What to do when you are trapped in a lift?!!
We never know when and where accidents will happen to us OR people around us. Read on and hope this piece of information may help any of us when things do happen! For ourselves, our friends and our loved ones.
One day, while in a lift, it suddenly breakdown and it was falling from level 13 in a fast speed. Fortunately, I remembered watching a TV program that has taught that you must quickly press all the buttons for all the levels. Finally, the lift stopped at the 5 level. While you are facing life and death situations, whatever decisions or actions you make decides your survival.
If you are caught in a lift breakdown, first thought in mind may be 'waiting to die'.... But after reading the below, things will definitely be different the next time you are caught in a lift.

First - Quickly press all the different levels of buttons in the lift.
Second - Hold on tight to the handle (if there is any).
Third - Lean your back and head against the wall forming a straight line.
Fourth - Bend your knees. Reason - When the lift falls, you will not know when it will hit the ground, and it may result in whole body bone fracture.

Point 1 - When the emergency electricity supply is being activated it will stop the lift from falling further.
Point 2 - It is to support your position and prevent you from falling or getting hurt when you lost your balance.
Point 3 - Leaning against the wall is to use it as a support for your back/spine as protection.
Point 4 - Ligament is a flexible, connective tissue. It can be attached to the bone part of the activities, but limit the scope of their activities in order to
avoid injury. Thus, the impact of fractured bones will be minimized from the severe pressure during fall.

Thursday, November 11, 2010

10 อันดับ อาหารอันตราย ที่หลายๆคนชอบกิน (10 unsafe foods)

1.แฮมเบอเกอร์
แฮมเบอร์เกอร์ทำมาจากเนื้อส่วนที่เหลือที่แย่ที่สุดจากโรงฆ่าสัตว์ เนื้อส่วนใดที่ขายเป็นส่วนของมันไม่ได้แล้วจะกองอยู่ที่พื้น และนำมาบดทำเป็นเบอร์เกอร์ รวมทั้งกีบ กระดูก จมูก หูและส่วนอื่นๆของมัน เพราะว่าเบอร์เกอร์ทั้งหมดทำมาจากสัตว์ จึงสามารถขึ้นป้ายว่า เนื้อวัวแท้ (Pure beef)แฮมเบอร์เกอร์ทั้งหมดจะใส่สารปรุงรส (MSG=M on osodium Glutamate) ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ MSG เป็นสารเคมีที่ห้องปฏิบัติการทดลองใช้ช่วยทำให้สัตว์อ้วนขึ้น และท้ายที่สุดก็ทำให้ท่านอ้วนขึ้นด้วย อุตสาหกรรมปศุสัตว์ เป็นผู้ใช้ยาปฏิชีวนะมากที่สุดในโลก เพื่อใช้ในการหักล้างแบคทีเรียที่เป็นอันตรายในเนื้อ

2.ฮอทด็อก
ฮอทด็อกทำมาจากเนื้อส่วนที่เหลือที่แย่ที่สุดจากโรงฆ่าสัตว์ เนื้อส่วนใดที่ขายเป็นส่วนของมันไม่ได้แล้วจะกองอยู่ที่พื้น และนำมาบดทำเป็นเบอร์เกอร์ รวมทั้งกีบ กระดูก จมูก สันจมูก หู เล็บและส่วนอื่นๆของมัน เพราะว่าฮอทด็อกทั้งหมดทำมาจากสัตว์ จึงสามารถขึ้นป้ายว่า เนื้อวัวแท้ (Pure beef) หรือ ทำจาก ไก่ งวงแท้ 100%

3.เฟรนช์ฟราย
เป็นอาหารที่มี “ความเป็นพิษสูง”การทอดเฟร้นช์ฟราย จะทอดกันที่อุณหภูมิสูง ทำให้มีสารเคมีอะคริลิไมด์(Acrylimides) ออกมา ซึ่งรู้จักกันดีว่า เป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท

4.โอริโอ้ คุกกี้
ที่เด่นชัดมากก็คือ ส่วนของน้ำตาลมีอยู่สูงถึง 23 กรัมเลยทีเดียว ช็อกโกเล็ตนั้นเป็นสารอาหารรายการสุดท้าย นั่นหมายความว่า มีช็อคโกเล็ตประกอบอยู่น้อยมาก น้ำตาลปริมาณสูง ทำให้ผิวหนังเ่ยวย่นและเกิดริ้วรอยได้เร็วยิ่งขึ้น

5.พิซซ่า
พิซซ่าในเชิงทางการค้าจะประกอบไปด้วยอาหารที่มาจากการตัดแต่งทางพันธุ์กรรม 5 ชนิด
- เนยแท้ (cheese) เพียง 10% เท่านั้น
- แป้งที่ผ่านการปรุงแต่งให้ขาวที่ได้ทำการฟอกสี ทำให้วิตามินและเกลือแร่ออกไปแล้ว แต่ได้ทำการเติมเกลือแร่สังเคราะห์ตามจำนวนโมเลกุลที่มันเคยมีอยู่เข้าไปใหม่
- ซอสมะเขือเทศ ทำด้วยสารที่คล้ายมะเขือเทศที่สร้างยาฆ่าแมลงของมันขึ้นมาได้เอง ในร่างกายของท่าน
- แป้งสาลีที่นำมาใช้เป็นแป้งชนิดที่มีการตัดแต่งทางพันธุ์กรรม
- มีน้ำมันฝ้ายประกอบอยู่ด้วย ฝ้ายไม่ได้จัดเป็นพืชพวกอาหาร มันผ่านการสเปรย์ด้วยยาฆ่าแมลงที่ชาวไร่ใช้

6.น้ำอัดลม
สารตัวสำคัญที่มีอยู่ในโค้กก็คือกรดกำมะถัน (Phosphoric acid) ในด้านความเป็นกรดด่าง มันมีความเป็นกรดอยู่สูงมากพอที่จะละลายตะปูได้ภายใน 4 วันกรดที่สะสมอยู่ในร่างกาย ทำให้ยากที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้

7.ชิ้น ไก่เนื้อนุ่มไม่มีกระดูก
ทำมาจากชิ้นส่วนของ ไก่ ที่ไม่ใช้แล้ว น้อยมากที่จะทำมาจากเนื้อขาวจริงๆการรับประทานต่อครั้งโดยทั่วไป จะให้พลังงาน 340 แคลอรี่ 50% เป็นไขมันมีแป้งขนมปังผสมอยู่มาก จึงมีคาร์โบไฮเดรตอยู่สูง มีการเติมสารปรุงรส (MSG=M on osodium Glutamate) ทำให้ปวดศีรษะ

8.ไอศครีม
มีไขมันอยู่สูงมาก (ขนาดปกติ 4 ออนซ์) มีไขมันเกินกว่า 50% ของไขมันที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวันมีคาร์โบไฮเดรตอยู่มาก เกือบ 40% ของคาร์โบไฮเดรตที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวันมีน้ำตาลอยู่มาก ทำให้มีความกระหายน้ำตาลมากยิ่งขึ้น เป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเ่ยวย่น

9.โดนัท
โดยเฉลี่ยแล้ว จะให้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี่ ในโดนัทหนึ่งชิ้นมีแป้งคาร์โบไฮเดรตอยู่มากกว่า 50% ของที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีเกลือโซเดียมอยู่สูงมาก ทำให้ร่างกายขาดน้ำได้

10.โปเต โต ้ชิพ อาหารขบเคี้ยวว ว
การทอดโปเต โต ้ชิพจะทอดกันที่อุณหภูมิสูงทำให้มีสารเคมีอะคริลิไมด์ (Acrylimides) ออกมา ซึ่งรู้จักกันดีว่า เป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท

Monday, November 01, 2010

ไฟฟ้าช๊อตตาย ช่วยได้.....

>>> FWD MAIL 2010 <<<
ก่อนอื่นผมขอออกตัวนะครับทุกท่าน ว่าไม่ใช่ผู้ที่มีความรู้เลิศเลอ มากมาย เพียงแต่อยากจะนำความรู้ที่พอมี และประสบการณ์มาแบ่งปันกันบ้างในฐานะที่เราอยู่ใต้ร่มโพธิ์ อาศัยพระบารมีของพระองค์ท่าน ไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมาตลอด มีคุณอนันต์ แต่มีโทษมหันต์ครับ ผมไปเรียนซ่อม วิทยุโทรทั ศน์ เครื่องขยายเสียงและ..ฯ กับคุณครู ถาวร คำมณีจันทร์ คนขอนแก่น ท่านเป็นช่างยุคแรก ๆ ของเมืองไทย เคยอยู่โรงเรียนแสงทองวิทยุโทรทัศน์ ,อิเล็กทรอนิคส์กรุงเทพ-รังสิต สุดท้ายกลับบ้านสร้างโรงเรียนสอนซ่อมโทรทัศน์ที่ อ.ชุมแพ ขอนแก่นโน่น

ท่านแนะนำเกี่ยวกับคนที่โดนไฟฟ้าช็อตตาย ตายนะครับ อย่าปล่อยไว้นานเกิน 1 ชั่วโมง และอย่าเพิ่งรีบส่งโรงพยาบาล ให้หาทางคลายประจุไฟฟ้าในตัวคนตายก่อน โดยหาแผ่นเหล็กหรือสังกะสีมา วางคนที่โดนไฟฟ้าช็อตบนนั้น แล้วเทน้ำราด(อย่าให้น้ำเข้าจมูกนะครับ กระแสไฟที่อยู่ในตัวจะถูกคลายประจุลงดินครั บ..เขาจะค่อย ๆ รู้สึกตัว หรือร้องลั่น ก็แล้วแต่ ฟื้นแล้วค่อยส่งโรงพยาบาล ผมเคยเจอมากับตัวเองครับ ฟื้นครับ สิบราย ฟื้นทั้งสิบครับ สมัยก่อน นะครับ คนที่ถูกฟ้าลงข้างๆ ตัว (ไม่ถึง กะตัวไหม้เกรียมนะครับ) เขาใช้ น้ำเหล้าขาวที่ดื่มกันมาเป่า ก็ ยังฟื้นได้นับประสาอะไรกับน้ำเป็นครุถัง

แต่ถ้านำไปโรงพยาบาลทันที โดนปั๊มหัวใจทันที ตับแตกตายแน่นอนครับท่าน สาเหตุเพราะว่ากระแสไฟฟ้าชาร์ทประจุอยู่เต็มตัว ฉะนั้นจึงให้คลายประจุก่อน จึงค่อยส่งโรงพยาบาลและขอแนะนำว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดให้ทำการต่อสายดินเอาที่เส้นโต ๆ หน่อยหาเหล็กแท่งมาตอกลงดินเทน้ำให้ชื้น ๆ คนใช้ ก็ จะปลอดภัยครับส่วนสาเหตุที่ เมื่อต่อสายดินแล้วทำไมไฟฟ้าไม่ช็อตนั้นตามหลักการแล้วกระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านตัวนำที่เป็นสื่อทุกชนิด มากน้อยแล้วแต่ความต้านทานของสื่อไฟฟ้าครับ ความต้านทานน้อย กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านมาก ความต้านทานมากกระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านได้น้อย ขอให้ท่านสังเกตุดูนะครับว ่าเสาไฟฟ้าแรงต่ำจะมีสายต่อลงดินเป็นระยะ ๆ ไป นั่นก็เป็นการป้องกันในระดับหนึ่งครับ

เรื่องของสายล่อฟ้าก็เช่นเดียวกันไม่ใช่ไม่ให้ฟ้าลงนะครับ แต่เป็นการล่อให้มันลงมา ลงมาทีละน้อย ๆ ไง. มันจึงไม่ผ่าเพราะประจุไฟฟ้าไม่มากพอ ถ้าท่านไม่เชื่อ ในขณะครื้มฟ้าครื้มฝนลองไปยืนใกล้ ๆสายล่อฟ้าดูนะครับ จะมีกระแสไฟฟ้าทำให้เราขนลุกได้แต่ไม่มีอันตราย

......ขอจบตรงนี้นะครับ ความดี นี้ขอมอบแด่คุณครู ถาวร คำมณีจันทร์ ผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ครับ...

Sunday, January 10, 2010

เตือนภัย: สำหรับคนที่ขับรถ

สำหรับ ท่านที่ขับรถ หากมีข้อผิดสังเกต หรือมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นอย่าพึ่งลงจากรถ กรุณาใช้สติ ใคร่ครวญให้รอบคอบ เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นข้อเตือนใจให้ระมัดระวังความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินของตนเอง และเมื่อท่านอ่านจบแล้ว ขอให้ช่วยบอกต่อให้กับเพื่อนและคนที่คุณรักด้วย
เมื่อ วานได้ฟังเพื่อนเล่าว่าจอดรถไว้ที่วัดโพธิ์ และไปเดินดูของที่ตลาดนัดสะพานพุทธ ขากลับมาที่รถประม าณ 2 ทุ่ม ตอนออกรถมีผู้ชายมายืนขวางหน้า เพื่อนเห็นว่ามีคนเดียวและตัวเองก็เป็นผู้ชายจึงเปิดกระจกถามไปว่ามีอะไร เท่านั้นแหละมีผู้ชาย 3-4 คนมาจากไหนไม่รู้ ลากตัวเขาออกมาซ้อมด้านหลังรถ แล้วขับรถพาไปด้วยไปชานเมือง ลากตัวลงมาซ้อมต่อ คนหนึ่งบอกให้ยิงทิ้ง อีกคนบอกว่าแทงให้ตาย สุดท้ายคนหนึ่งบอกว่ามันพูด! ดดีปล่อยมัน ก่อนไปพวกมันถอดเสื้อผ้าออกหมด เอาเสื้อมัดแขนไว้ และขับรถพร้อมทรัพย์สินทั้งหมดไป โชคดีที่ไม่ตาย

ใคร ที่พบเหตุการณ์อย่างนี้แนะนำว่าอย่าเปิดกระจกรถ เพราะคนร้ายที่แอบอยู่สามารถดันกระจกลง และปลดล็อคประตูได้ ทางที่ดีใช้แตรดังๆ ให้เป็นจุดสนใจ

จำได้ว่าเร็วๆ นี้มีข่าวคนมาจากต่างจังหวัดไปถามทางคนที่อยู่แถวท่าเตียนก็ถูกซ้อมและปล้นลักษณะคล้ายกัน

โปรด ระวังภัยนี้ส่วนใหญ่จะโดนกับผู้หญิงที่ขับรถปิ๊กอัพคนเดียว คุณพ่อเค้าเคยได้ยินมาว่าพวกผู้ร้ายมีการชิงรถแบบใหม่ โดยเฉพาะรถกระบะใหม่ๆที่ไม่มีหลังคาท้ายกระบะ ซึ่งคนร้ายจะสามารถโยนสิ่งของใส่ท้ายรถได้ ถ้าเป็นรถเก๋งก็มักจะทิ้งของบางอย่างไว้ข้างๆรถโดยต้องเป็นที่สังเกตุได้ ง่ายของเรา


หลังจาก ที่คุณพ่อเตือนได้ไม่กี่วัน คุณพ่อก็กลับมาเล่าให้ฟังว่ารุ่นน้องที่บริษัทเพิ่งไปโดนมา แต่โชคดีที่คุณพ่อเคยเตือนไว้ก่อนจึงรอดไปได้อย่างหวุดหวิด เค้าไปจอดรถกระบะไว้ข้างถนน แล้วลงไปทำธุระ พอกลับมาที่รถ ก็เห็นมีรถเก่งจอดต่อท้ายอยู่เค้าก็ไม่ได้สนใจ แต่ก่อนที่เค้าจะขึ้นรถก็เห็นว่า ท้ายรถมีซองสีน้ำตาลคล้ายซองเอกสารแต่มีลักษณะบวม พอง เค้าเห็นดังนั้นก็คิดถึงคำเตือนได้ จึงหยิบซองกระดาษทิ้งพงหญ้าข้างถนน แล้วรีบขึ้นรถทันที แล้วเค้าก็เห็นว่ารถคันหลังที่เหมือนจอดสนิทก็ออกรถไปทันทีเช่นกัน เค้ารู้ได้ทันทีว่าเป็นแกงค์ชิงรถแน่ๆ แกงค์พวกนี้ จะใส่ยาหรือสารที่ทำให้เรางง มึน ไว้ในรถบ้าง ข้างรถบ้าง ที่เราเห็นชัดเจน (ตามปกติคนเรามักจะสงสัยและหยิบมาเปิดดู) แล้วก็จอดรถซุ่มดูอยู่ใกล้ๆ เมื่อเหยื่อหลงกล เปิดดูหรือจับโดนสาร ก็จะชิงรถและของมีค่าไป

ฝากเตือนเพื่อนๆทุกคนโดยเฉพาะผู้หญิงที่ขับรถคนเดียว